ประชาสัมพันธ์การบริจาคเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

โพสต์30 พ.ย. 2560 23:52โดยWangitok Tumbon   [ อัปเดต 1 ธ.ค. 2560 00:08 ]

     ตามที่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการให้เงินช่วยเหลือ     เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อรองรับการดำเนินมาตรการให้เงินช่วยเหลือเพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เพื่อช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

     คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ได้มีมติรับทราบแนวการดำเนินโครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 3.6 ล้านคน โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 



ผู้สูงอายุที่ประสงค์จะรับบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้นำหลักฐานดังต่อไปมาเสดงความประสงค์ ได้แก่

     1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย พร้อมสำเนา

     2. หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบและผู้มอบอำนาจ (กรณีมีการมอบอำนาจ)

           

การยื่นคำขอบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุยื่นคำขอบริจาคด้วยตนเอง หรือในกรณีที่มีความจำเป็นผู้สูงอายุไม่สามารถยื่นคำขอบริจาคได้ด้วยตนเอง (อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำขอบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 2.2)

   เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับทราบแล้ว จะดำเนินการนำเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้บริจาคเข้ากองทุนผู้สูงอายุในเดือนถัดไปเป็นประจำทุกเดือนจนกว่าจะแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการบริจาค

    1. กรณีผู้สูงอายุยื่นความประสงค์บริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุภายในวันที่ 15 ของเดือน จะเริ่มนำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้บริจาคเพื่อส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุในเดือนถัดไป

    2. กรณีผู้สูงอายุยื่นความประสงค์บริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหลังจากวันที่ 15 ของเดือน จะเริ่มนำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้บริจาคเพื่อส่งเข้ากองทุนผู้สูงอายุในเดือนถัดจากเดือนถัดไป

                       

สิ่งที่ผู้บริจาคเบี้ยยังชีพจะได้รับ

- เหรียญเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นการตอบแทนการเสียสละเงินเบี้ยยังชีพที่จะนำไปให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยกองทุนผู้สูงอายุจะจัดส่งเหรียญให้แก่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแต่ละจังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้บริจาคต่อไป

- สิทธิในการหักค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1 เท่าของเงินบริจาค

การยกเลิกการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

       การยกเลิกการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้บริจาคจะต้องบริจาคต่อเนื่องไม่น้อยกว่า  12 เดือน (1 ปี) โดยให้ยื่นคำขอยกเลิกการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามแบบ ณ ที่ทำการ/สำนักงานที่ได้ยื่นคำขอบริจาคเบี้ยยังชีพไว้ และจะได้รับเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปจากเดือนที่ครบกำหนด 12 เดือน (1 ปี) ที่บริจาค เมื่อได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแล้ว

     แบบขอบริจาคเงินเบี้ยยังชีพ

Comments