การนำทาง

สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย

กิจกรรมล่าสุดของไซต์

ผู้เขียนหน้าเว็บ

  • associate tessaban
    สิงหาคม 19, 2011

การปกครองท้องถิ่น ประเทศญี่ปุ่น

สาระสำคัญการอบรมและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น PDF  พิมพ์ ส่งเมล
เค้าโครงความเป็นอิสระของท้องถิ่นในญ่ปุ้น
ระบบการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่นเป็นระบบสองชั้น ประกอบด้วย จังหวัด และเทศบาล แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสภา และผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหน้าที่มากกว่ารัฐบาลกลางสถานภาพของการปกครองตนเองของท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น มาตรา ๙๒ บัญญัติให้กฎ ระเบียบเกี่ยวกับองค์กรและการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำหนดไว้เป็นกฏหมายที่สอดคล้องกับหลักความเป็นอิสระของท้องถิ่น มาตรา ๙๓ บัญญัติให้มีการจัดตั้งสภาท้องถิ่นตามกฎหมาย และผู้บริหารท้องถิ่นมีตามที่กฏหมายบัญญัติ โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มาตรา ๙๔ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิที่จะจัดการกับทรัพยสิน กิจการ และบริหารงานตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา ๙๕ บัญญัติว่า การที่จะมีการออกกฎหมายพิเศษเป็นการเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับเสียงข้างมาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็นจังหวัด และเทศบาล โดยมีจำนวน ๔๗ จังหวัด และ ๑,๗๗๗ เทศบาล นอกจากนี้ยังมีการปกครองท้องถิ่นรูปพิเศษคือ โตเกียวมหานคร ซึ่งมีเขตปกครองตนเองย่อย (ward) อีก ๒๓ แห่
สรุปสาระสำคัญการอบรมและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒
สรุปสาระสำคัญการอบรมและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒

          คณะอบรมฯ ได้ศึกษาวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ณ วัดอาซะกุซ่า ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ และมีประเพณีการแห่ฉลองสิ่งศักดิ์สิทธ์ของชุมชนบริเวณรอบ ๆ วัด

วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒

        คณะอบรมฯ เดินทางเข้ารับการอบรม ณ สถาบันการปกครองตนเอง (Local Autonomy College) สังกัดกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ซึ่งเป็นสถาบันอบรมสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยมีนายโทชิโอ โอฮิชิ อธิการสถาบันมาให้การต้อนรับ หลังจากนั้นศาสตราจารย์คันนิชิ ชิชิโด ได้บรรยายหัวข้อ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น : สถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางในอนาคต (Local Autonomy in Japan : Current Situation & Future Shape 2009) มีสาระสำคัญดังนี้ เค้าโครงความเป็นอิสระของท้องถิ่นในญ่ปุ้น          ระบบการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่นเป็นระบบสองชั้น ประกอบด้วย จังหวัด และเทศบาล แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสภา และผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหน้าที่มากกว่ารัฐบาลกลางสถานภาพของการปกครองตนเองของท้องถิ่นในรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น          มาตรา ๙๒ บัญญัติให้กฎ ระเบียบเกี่ยวกับองค์กรและการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำหนดไว้เป็นกฏหมายที่สอดคล้องกับหลักความเป็นอิสระของท้องถิ่น          มาตรา ๙๓ บัญญัติให้มีการจัดตั้งสภาท้องถิ่นตามกฎหมาย และผู้บริหารท้องถิ่นมีตามที่กฏหมายบัญญัติ โดยมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน          มาตรา ๙๔ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิที่จะจัดการกับทรัพยสิน กิจการ และบริหารงานตามที่กฎหมายบัญญัติ          มาตรา ๙๕ บัญญัติว่า การที่จะมีการออกกฎหมายพิเศษเป็นการเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับเสียงข้างมาจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น          แบ่งออกเป็นจังหวัด และเทศบาล โดยมีจำนวน ๔๗ จังหวัด และ ๑,๗๗๗ เทศบาล นอกจากนี้ยังมีการปกครองท้องถิ่นรูปพิเศษคือ โตเกียวมหานคร ซึ่งมีเขตปกครองตนเองย่อย (ward) อีก ๒๓ แห่ง     สภาท้องถิ่น          จำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นผันแปรตามจำนวนประชากร          -จังหวัด สูงสุด ๑๒๗ คน ต่ำสุด ๓๗ คน          เทศบาล สูงสุด ๙๒ คน ต่ำสุด ๖ คน          มีวาระดำรงตำแหน่ง ๔ ปี          ผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องเป็นพลเมืองของท้องถิ่นนั้นและมีอายุไม่น้อยกว่า ๒๕ ปี          สมัยประชุมมี ๔ ครั้งต่อปี ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารและสภาท้องถิ่น          เป็นความสัมพันธ์เชิงนิติบัญญัติโดยฝ่ายบริหารจะเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นต่อสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และการแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเทศมนตรี ผู้รับผิดชอบด้านการคลังของจังหวัด/เทศบาลนคร และคณะกรรมการการศึกษา ต้องเสนอให้สภาท้องถิ่นให้ความเห็นชอบการจัดองค์การของจังหวัดและเทศบาล          -รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองนายกเทศมนตรีได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีโดยความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น มีวาระดำรงตำแหน่ง ๔ ปี          -ผู้อำนวยการสำนัก/ฝ่าย/ส่วนเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายกเทศมนตรีระบบเลือกตั้งท้องถิ่น          -ผู้ว่าราชการจังหวัด/นายกเทศมนตรี/สมาชิกสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน          -คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนผู้สม้ครเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดมีอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ๑๗ วัน          -คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเช่นกัน ส่วนผู้สมัครเลือกตั้งนายกเทศมนตรีมีอายุตั้งแต่ ๒๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีระยะเวลาหาเสียง  ๕ – ๑๔ วันขึ้นอยู่กับประเภทของเทศบาล          -คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมีอายุ ๒๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระยะเวลาหาเสียงเลือกตั้ง ๕ – ๙ วัน ขึ้นอยู่กับประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระบบข้าราชการส่วนท้องถิ่น          -หลักการสำคัญของกฎหมายบริการสาธารณะท้องถิ่น (Local Public Service Law) คือ ความเสมอภาค การปรับให้เข้ากับสถานการณ์ทางสังคม และระบบคุณธรรม          -หน้าที่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น                   -หน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด                   -หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสถานภาพ เช่น การรักษาความลับ การไม่หยุดงานประท้วง มีความเป็นกลาง เป็นต้น                   -การลงโทษทางวินัย          -สภาพการทำงาน                   -เงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีกำหนดไว้ในกฎระเบียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เงินเดือนถูกกำหนดจากการพิจารณาระดับเงินเดือนของข้าราชการส่วนกลาง และองค์กรอื่นของรัฐรวมถึงภาคธุรกิจด้วยเช่นกัน                   -ในระดับจังหวัด คณะกรรมาธิการด้านบุคคลสามารถเสนอแนะให้มีการปรับเงินเดือนได้ถ้าจำเป็น การคลังท้องถิ่น          สัดส่วนรายได้ระหว่างรัฐกับท้องถิ่นเท่ากับ ๓:๒ และสัดส่วนรายจ่ายระหว่างรัฐกับท้องถิ่นเท่ากัน ๒: การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น          ประเด็นการปฏิรูปได้แก่          -การทำให้เกิดความชัดเจนระหว่างบทบาทของส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น          -การยกเลิกระบบการมอบหมายหน้าที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น          -การทบทวนการเข้ามามีเกี่ยวข้องของรัฐบาลกลาง          -การส่งเสริมการมอบอำนาจหน้าที่          -ปรับลดเงื่อนไขในการจัดตั้งองค์การ          -การปฏิรูปการคลังท้องถิ่น (ปี ๒๕๔๔ – ๒๕๔๙) โดยการให้มีการจัดสรรรายได้ให้ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น การปรับระบบเงินอุดหนุนท้องถิ่นการควบรวมเทศบาล          -จำนวนเทศบาลในปี ค.ศ.๑๘๘๙ เท่ากับ ๗๑,๓๑๔ เทศบาล          จำนวนเทศบาลในปี ค.ศ.๒๐๐๙ เท่ากัน ๑,๗๗๗ เทศบาล          -ทั้งนี้เป็นผลมาจากการรวมเทศบาลหลายแห่งเข้าด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการกระจายอำนาจ การรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ การตอบสนองความต้องการทีหลากหลายของประชาชน การขยายตัวของชุมชน และการปรับการบริหารเทศบาลให้มีประสิทธิภาพ การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นสู่การกระจายอำนาจ          -ทำบทบาทระหว่างรัฐในส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นให้เกิดความชัดเจน          -การจัดทำแผนส่งเสริมการกระจายอำนาจเพื่อการปฏิรูปการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น          -จัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการกระจายอำนาจในปี ค.ศ.๒๐๐๗  ประกอบด้วยกรรมการ ๗ คน แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ตัวแบบระบบภาค Doshusei            -เตรียมการจัดทำตัวแบบภูมิภาค ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นแบบภาค ซึ่งจะมีบทบาทในการดูแลในภาพกว้างของภาคนั้น การกำหนดมาตรฐาน การปรับแก้ไขความแตกต่างกันของรายได้ระหว่างเทศบาลในภาค โดยที่เทศบาลจะทำหน้าที่ในการบริการสาธารณะที่จำเป็นต่อประชาชนในท้องถิ่น          -มีเป้าหมายที่จะนำตัวแบบนี้มาใช้ภายใน ๑ ทศวรรษ งานเลี้ยงรับรอง        ภายหลังการบรรยาย ในตอนค่ำ สภาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยนายมิชิฮิโร คายาม่า ประธานกรรมการบริหารของสภาฯ ได้เลี้ยงต้อนรับคณะอบรมฯ และได้สนทนาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นญี่ปุ่นและประเทศไทย วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒          คณะอบรมฯ ได้เดินทางไปสถาบันบัณฑิตเพื่อนโยบายศึกษา (National Graduate , Institue For Policy Studies, GRIPS) และได้รับการต้อนรับจากศาสตราจารย์ฮิโรชิ อิคาว่า ในฐานะตัวแทนของสถาบันฯ และบรรยายในหัวข้อ การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นในญิ่ปุ่น (Administrative Reform Of Local Government in Japan) สรุปสาระสำคัญดังนี้เค้าโครงการปกครองท้องถิ่นในญี่ปุ่น          -โครงสร้างของการปกครองท้องถิ่นญีปุ่น                   -ระบบสองชั้น ได้แก่ จังหวัด และเทศบาล (นคร เมือง และตำบล)                   -จำนวน จังหวัด ๔๗ จังหวัด เทศบาลในเดือนเมษายนปี ๒๐๐๔ (เทศบาลนคร ๓๑๐๐,เมือง ๑๘๗๒ และเทศบาลตำบล ๕๓๓ และเขตพิเศษ ๒๓)                   -เดือนเมษายน ๒๐๐๙ เทศบาล ๑๗๗๗ นคร ๖๙๕ เมือง ๘๐๒ และเทศบาลตำบล ๑๙๒ เขตพิเศษ ๒๓) ·        บทบาทของการปกครองท้องถิ่นในญี่ปุ่นo       ค่าใช้จ่ายมวลรวมและการคลังท้องถิ่น§         ค่าใช้จ่ายของท้องถิ่นคิดเป็นร้อยละ ๑๒ ของ GDP§         สัดส่วนค่าใช้จ่ายของการปกครองท้องถิ่นประมาณ ๓ เท่าของรัฐบาลกลางo       หน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น§         เป็นหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น·        มาตรการส่งเสริมการควบรวมเป็นมาตรการภายใต้สภาวะการกดดันด้านรายได้ของท้องถิ่น การควบรวมทำให้การบริหารและการคลังท้องถิ่นเข้มแข็งขึ้น และทำให้การให้บริการสาธารณะมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยจำนวนเทศบาลมีลดลงจากการควบรวม     เหตุผลที่ควบรวมo       ขอบข่ายกิจกรรมของประชาชนขยายออกไปมากขึ้นo       อำนาจหน้าที่ของเทศบาลใหญ่ขึ้นเริ่อย ๆ ทำให้ขนาดของเทศบาลต้องใหญ่ตามไปด้วย·        มีปัญหางบประมาณ และภาวะหนี้สินของท้องถิ่นไม่มีงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่  ภาวะหนี้สินจากการกู้ยืมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีประมาณ ๑๓๙ หมื่นล้านเย็นในปีงบประมาณ ๒๐๐๖ เพื่อนำมาใช้จ่ายในกิจการของท้องถิ่นเนื่องจากการถูกตัดภาษีและร่ายได้ลดลงอย่างไรก็ตาม ก็มีประชาชนไม่พอใจเพราะการมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ประชาชนติดต่อกับเทศบาลลำบากการควบรวมจึงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรัฐบาลมีแรงจูงใจโดยมีงบประมาณสนับสนุนเช่น งบก่อสร้างอาคารใหม่ เป็นต้น เทศบาลทิ่อยู่ในเขตชนบท รัฐบาลจะจัดสรรเงินให้แก่ท้องถิ่นเพิ่มเติม (งบรัฐจัดสรรท้องถิ่น) แต่ท้องถิ่นใหญ่เช่นโตเกียวไม่มีสิทธิได้รับจัดสรรเงินรัฐจัดสรรนี้ภารกิจตำรวจเป็นความรับผิดชอบของจังหวัด การควบรวมเทศบาลจึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีขนาดและประชากรที่แตกต่างกันทำให้รายได้ที่มีก็มีความแตกต่างกันด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นญี่ปุ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ที่รับผิดชอบมากทำให้มีรายจ่ายจำนวนมากในการดำเนินภารกิจเหล่านี้ระหว่างท้องถิ่นกับรัฐบาลกลางเป็น ๕๙ ต่อ ๔๒  โดยรายจ่ายส่วนมากร้อยละ ๑๗.๕ เป็นด้านสวัสดิการสังคมร้อยละ ๑๗.๕ รายจ่ายบริหารทั้วไปหรือ ๘.๓สำหรับด้านการศึกษา คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๕ ส่วนรายจ่ายด้านการศึกษาร้อยละ ๑๐.๑ และด้าน ๒๑.๒  ท้องถิ่นสามารถออกพันธบัตร และมีหนี้ ๕ ล้านล้านเย็น หรือ ๕ เท่าของรัฐบาลกลางทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการมาหลายครั้งแล้วเพื่อแก้ไขปัญหา ในงบประมาณของรัฐบาลกลาง ประมาณร้อยละ ๓๐ เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ การออกพันธบัตร แต่ยังโชคดีที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ประมาณร้อยละ ๑ – ๒ เท่านั้น ภาษีรัฐจัดสรรให้ท้องถิ่นได้แก่ ภาษีนิติบุคคล ภาษีป้าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสุรา ยาสูบ ภาษีเงินได้ ระบบการคลังท้องถิ่น          -ภาษีท้องถิ่นจัดเก็บเองได้แก่ ภาษีผู้อยู่อาศัย คล้ายภาษีเงินได้ของประชาชน และภาษีนิติบุคคล ภาษีสำหรับเทศบาล ได้แก่ ภาษีอหังสาริมทรัพย?          -ภาษีท้องถิ่นรัฐจัดสรรให้ท้องถิ่น ซึ่งเป็นงบที่ต้องรับความเห็นชอบจากรัฐบลกลางเพราะเกี่ยวข้องกับการกู้เงิน          -รายได้จากการออกพันธบัตร   ·        การออกพันธบัตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอดีต จังหวัดต้องขออนุมัติจากกระทรวงฯ และเทศบาลต้องขออนุมัติจากจังหวัด    ทั้ง อบจ. และเทศบาลต้องขออนุญาตจากจังหวด ในปัจจุบันนี้ให้เป็นอำนจหน้าที่ของท้องถี่น ปัจจุบัน อปท เทศบาลไม่ต้องขออนุมัติจากหน่วยใด·        มาตรการในการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น-การลดจำนวนบุคลากรท้องถิ่น โดยลดลงร้อยละ ๗.๘ (ประมาณ ๒,๘๐๐ คน) ในปีงบประมาณ ๑๙๙๙ – ๒๐๐๔  และร้อยละ ๖.๙ (ประมาณ ๒,๓๐๐ คน ในปีงบประมาณ  ๒๐๐๕ – ๒๐๐๙ (มีอยู่ประมาณ ๔ ล้านคน หรือข้าราชการท้องถิ่นประมาณ ๓๒ คนต่อประชากร ๑๐๐๐ )-การลดเงินเดือนบุคลากรท้องถิ่น ๖ร้อยละ ๗ สำหรับผู้บริหารระดับสูง  ร้อยละ ๕ สำหรับผู้บริหารระดับกลาง และร้อยละ ๓ สำหรับเจ้าหน้าที่)·        การจ้างเอกชนให้มาดำเนินการแทน เช่น การรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบถนน การรับโทรศัพท์ เป็นต้น·        การลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างของท้องถิ่น·        การจัดทำบัญชีเงินเดือนใหม่ให้เหมาะสม·        ปรับภาษีรัฐให้เป็นภาษีท้องถิ่นเพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น การจัดองค์การและกฎหมายพื้นฐานของสภาท้องถิ่น      สภาท้องถิ่นประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในท้องถิ่นจำนวนสมาชิกขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในแต่ละท้องถิ่น          -สภาจังหวัด มีสมาชิก ๔๐ – ๑๒๐ คน (สภานครโตเกียวมี ๑๓๐ คน)          เทศบาลนคร ๒๖ – ๙๖ คน-เทศบาลเมือง/ตำบล ๑๒ – ๒๖ คนวาระการดำรงตำแหน่ง ๔ ปีมีข้อห้ามมิให้เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นอื่นในระหว่างดำรงตำแหน่งรวมถึงการห้ามเป็นข้าราชการทุกประเภทสมาชิกสภาท้องถิ่นห้ามมีส่วนได้เสียในสัญญาที่มีการกระทำระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับบริษัท หน้าที่สำคัญของสภาท้องถิ่น          -การบัญญัติข้อบัญญัติท้องถิ่น          -การพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณ          -การกำหนดอัตราภาษีท้องถิ่น          -การให้ความเห็นชอบการทำสัญญาจ้าง          -การอนุญาตการใช้ที่ดินสาธารณะ          -การตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้มีสิทธิเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นคือ ผู้ว่าราชการ นายกเทศมนตรี สมาชิกสภาท้องถิ่นคณะกรรมาธิการสภาประกอบด้วย คณะกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการกิจการสภา และคณะกรรมาธิการพิเศษ           ในช่วงบ่าย ศาสตราจารย์คิโยทาก่า โยโกมิชิ บรรยายในหัวข้อ การสร้างสรรค์และการจัดทำนโยบายเชิงกลยุทธ์ (Creative & Strategic Policy Formation)  สรุปสาระสำคัญดังนี้ กระบวนการจัดทำนโยบาย          วงจรนโยบาย (PDS Plan Do See)          -ปัจจุบันเป็น PDCA Plan Do Check Action)          -วงจรนโยบายประกอบด้วย -การค้นหาปัญหา-การแสวงหาข้อมูล/การสร้างตัวแบบ-การสร้างทางเลือก-การนำไปสู่โครงการ/งบประมาณ-ประเมินโครงการก่อนเริ่มงาน-ตัดสินใจ -การปฏิบัติงาน-ประเมินผล   ดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมด เป็น ไฟล์เต็ม << คลิก ขนาดไฟล์ 20 MB

อ่านสรุปการสัมมนาทั้งในไทยและญี่ปุ่น ทั้งหมด << คลิก ขนาดไฟล์ 6.29 MB

Comments