แวดวง ม.ชีวิต


รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านท่าฉัตรไชย (พื้นที่การเรียนรู้บ้านท่าฉัตรไชย) ตามโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต จังหวัดภูเก็ต

โพสต์28 ก.พ. 2561 10:00โดยAlee Muhammat   [ อัปเดต 28 ก.พ. 2561 10:06 ]



วันนี้ (25 ก.พ. 61) เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนบ้านท่าฉัตรไชย ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการเปิด ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านท่าฉัตรไชย (พื้นที่การเรียนรู้บ้านท่าฉัตรไชย) โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.เสรี พงศ์พิศ อธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน , นายสมพร แทนสกุล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านท่าฉัตรไชย และนายวรวิทย์ ศรีสาคูคาม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลไม้ขาว ในฐานนะประธานนักศึกษา ครช. รุ่นที่ 1 ได้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง , นักศึกษาในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต และสื่อมวลชนเข้าร่วม

นายวรวิทย์ ศรีสาคูคาม ในฐานนะประธานนักศึกษา ครช. รุ่นที่ 1 กล่าวว่า ตามโครงการของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ที่เปิดโอกาสให้บุคคล ผู้นำ หรือผู้ที่ยังขาดโอกาสด้านการศึกษา ได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตนเองและสังคม ตามหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาพัฒนาชีวิตและชุมชนแบบบูรณาการ คณะศิลปกรรมศาสตร์ โดยได้ขอใช้พื้นที่โรงเรียนบ้านท่าฉัตรไชย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้จากการดำเนินการตามโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ซึ่งได้มีการเปิดสอนมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2560 รวมระยะเวลาในการเรียน 7 เดือนที่ผ่านมา ใช้เวลาเรียนในวันเสาร์และวันอาทิตย์ มีนักศึกษาหลากหลายสาขาอาชีพที่เข้ามาศึกษา จำนวน 72 คน ซึ่งนักศึกษาจะมีอายุระหว่าง 19-58 ปี ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการเรียนในระบบการศึกษาในภาคปกติ กล่าวคือ การเรียนมหาวิทยาลัยชีวิตจะเป็นการเรียนรู้จากพื้นที่จริง โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ดังคำปณิธานที่ว่า "นักศึกษามหาลัยชีวิต อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี เป็นหลักชาวประชา เรียนแล้วได้สองปริญญา พัฒนาตนเองและชุมชน"

ด้าน นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการเรียนการสอนของสถาบันฯ โดยจะมีการจัดการศึกษาโดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาวิชาเป็นตัวตั้ง สร้างผู้นำทางปัญญา สร้างปัญญาชนชาวบ้าน เพื่อพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนให้เข้มแข็ง เรียนแล้วอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นตน เรียนแล้วช่วยตนเองได้ ช่วยผู้อื่นได้ เรียนแล้วชีวิตดีขึ้นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่9 ส่วนการวัดผลการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้น ได้ใช้ชีวิตของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง โดยถือเอาการมีชีวิตที่ดียิ่งๆ ขึ้น คือ สร้างฐานะครอบครัวอย่างพออยู่พอกินมีความสุขยั่งยืนด้วยความขยัน อดทน อดออม ไม่โลภ สามัคคี กตัญญู ฯลฯ ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งวิธีการนี้จะไม่เหมือนกับสถาบันการศึกษาทั่วๆ ไปที่ใช้วิธีการวัดผลด้วยการอิงเกณฑ์ หรืออิงกลุ่ม เป็นต้น

หลักสูตรการเรียนการสอนที่สำคัญของสถาบันฯ เกิดขึ้นจากคณะนักวิชาการกลุ่มหนึ่งทำการวิเคราะห์สังเคราะห์องค์ความรู้จากประสบการณ์ของประชาชน และชุมชนที่ได้รับผลจากแผนพัฒนาประเทศในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ร่วมกับองค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ จนได้ข้อสรุปที่เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคนไทยให้อยู่ดี มีความสุข และทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ว่า จะต้องให้การศึกษาแก่คนไทยให้มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะในการทำแผนชีวิตให้แก่ตนเองรวม 4 แผน ได้แก่ แผนชีวิต แผนการเงิน แผนอาชีพ และแผนสุขภาพ

จากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/WNSOC6102250010021

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ชาญ ม่วงศรีผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิตแหล่งที่มา : สทท.ภูเก็ต

คาวบอย ม.ชีวิต สระบุรี

โพสต์25 ธ.ค. 2560 19:39โดยAlee Muhammat   [ อัปเดต 25 ธ.ค. 2560 19:46 ]


เมื่อเย็นวันที่ 23 ธันวาคม 2560 ผมไปร่วมงานรวมพลคน ม.ชีวิต ที่สระบุรี จัดโดยศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน โดย ผอ.สหัส อมรรัตนานนท์ และคณาจารย์ให้การสนับสนุนและไปร่วมงาน สระบุรีกำลังจดทะเบียนสมาคมศิษย์เก่า ม.ชีวิต และได้มีการจดทะเบียนสหกรณ์บริการไปแล้ว เพื่อส่งเสริมสุขภาพด้วยอาหารอินทรีย์ อาหารปลอดสารพิษให้ประชาชน โดยการรวบรวมผลผลิต ผลงานของสมาชิกนักศึกษา ม.ชีวิต ทั้งอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งการสานเครือข่ายกับ “ม.ชีวิต” ทั่วประเทศ



งาน “คาวบอย ม.ชีวิต สระบุรี” จัดได้ดีมาก อบอุ่น และสนุกสนาน นักศึกษาใกล้ไกลไปร่วมงานกันคับคั่ง แม้แต่จากนนทบุรีและปทุมธานีก็ไปร่วมงานด้วย



ขอบคุณที่ได้เชิญผมไปร่วมงาน ขอให้ ศปจ.สระบุรี เข้มแข็ง รวมใจเป็นหนึ่ง ทำให้ “ม.ชีวิต” ของเราก้าวหน้า พื้นฟูพัฒนาบ้านเมืองด้วยปัญญาที่มาจากการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ เพื่อเปลี่ยนชีวิตตน ชุมชน และสังคม

เสรี พงศ์พิศ 24 ธันวาคม 2560

1-2 of 2