7. การเรียนใน “ม.ชีวิต”


. เรียนเพื่อรู้ (to know) คือ การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ต้องรู้ ควรรู้ และที่แต่ละคนอยากรู้ เพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง เรียนรู้เรื่องทฤษฎี แนวคิดต่างๆ เพื่อนำไปสู่การประยุกต์ใช้ นำไปปฏิบัตินำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

. เรียนเพื่อทำ (to do) เรียนรู้ทักษะต่างๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ เช่น เรียนเรื่องการเรียนวิธีเรียนแบบผู้ใหญ่การวางเป้าหมายและแผนชีวิตตามกระบวนทัศน์เศรษฐกิจพอเพียง การรู้จักตนเองและการเปลี่ยนแปลงตน ความเป็นพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย เรียนเรื่องแผนแม่บทชุมชน การจัดการทุนของชุมชนเพื่อสวัสดิการชุมชน การจัดการวิสาหกิจชุมชน การจัดการเครือข่ายเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การจัดการสุขภาพแบบองค์รวม การสร้างเสริมสุขภาพบุคคล และครอบครัว การจัดการสุขภาพจิตชุมชน การจัดการระบบการปลูกพืชเพื่อชีวิตฯ การจัดการผลิตผลการเกษตรและการแปรรูป และอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่ให้ทั้งหลักคิด แนวทางปฏิบัติ และนำไปสู่การปฏิบัติที่ทำให้เกิดทักษะ เกิดความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องนั้นๆ เพราะได้ความรู้มือหนึ่งจากการได้ปฏิบัติด้วยตนเอง

. เรียนเพื่อเป็น (to be) คือ การเรียนรู้เพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น แก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง เรียนแล้วชีวิตดีขึ้นตั้งแต่ขณะที่เรียน เรียนแล้วหนี้สินลดลง สุขภาพดีขึ้น ลดการกินยาไปหาหมอลงได้ เรียนแล้วเป็น
ผู้เป็นคน มากขึ้น มีความสุขมากขึ้น

. เรียนเพื่ออยู่ร่วมกับคนอื่น (to live together) คือ การเรียนที่พัฒนาทั้งอารมณ์ความรู้สึก ความสัมพันธ์กับคนอื่น การอยู่ร่วมกับคนอื่น การมองโลกมองชีวิต มองคนอื่นในแง่ที่ดีขึ้น พัฒนา E.Q. ทำให้ทำงานและอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุขมากขึ้น แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ใช้วิธีการสุนทรียสนทนาในการทำงานร่วมกับคนอื่น


ปณิธาน ๙ ข้อ นักศึกษาและอาจารย์

. จะอยู่อย่างมีเป้าหมายและมี ๔ แผนเป็นเครื่องมือนำทางชีวิต (แผนชีวิต แผนอาชีพ แผนการเงิน แผนสุขภาพ)

. จะอยู่อย่างเรียบง่าย โดยลดรายจ่าย แยกได้ว่าอะไรเป็นความต้องการ อะไรเป็นความจำเป็น

. จะพึ่งพาตนเองโดยทำกินทำใช้เองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เอาแต่หาเงินซื้อทุกอย่าง

. จะดูแลสุขภาพของตนเองตามแผน และเป้าหมายที่วางไว้ให้ดีที่สุด

. จะมุ่งมั่นขยันแสวงหาความรู้ทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาตนเอง

. จะอาสาและร่วมมือกับชุมชนเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง

. จะร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดองในชุมชน และแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี

. จะปลูกไม้ใหญ่ให้ได้อย่างน้อย ๙๙ ต้นใน ๓ ปี ลดการใช้พลังงาน และร่วมมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

. จะสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิต ให้มากที่สุดจนครอบคลุมไปทั่วทุกหมู่บ้านตำบลทั่วประเทศ

 

ชีวิตที่พอเพียงของนักศึกษา

. ปลูกผักไว้กินเองอย่างน้อย ๕ อย่าง

. ปลูกสมุนไพรไว้ใช้เองอย่างน้อย ๕ ชนิด

. ทำน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้เอง (น้ำยาล้างจาน ล้างพื้นล้างห้องน้ำ ปุ๋ยชีวภาพ)

. ออมเงินสม่ำเสมอและอย่างเป็นระบบ (เป็นสมาชิกออมทรัพย์)

. ทำบัญชีครัวเรือนต่อเนื่องสม่ำเสมอ

. กินข้าวกล้อง

. ออกกำลังกายด้วยวิธีที่เหมาะสม

. อาสาช่วยงานในชุมชนและ/หรือร่วมกลุ่มทำวิสาหกิจชุมชน

. ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ได้อย่างน้อย ๙๙ ต้นใน ๓ ปี

๑๐. สวดมนต์หรือทำสมาธิทุกวัน

 

นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต

เป็น ปัญญาชนชาวบ้าน

มีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ใฝ่เรียนใฝ่รู้

มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาของวิชาต่างๆ และปฏิบัติได้จริง

มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นขณะเรียน และดีขึ้นต่อเนื่องหลังจากเรียนจบแล้ว

มีความสัตย์ซื่อและความสมดุล (Integrity and Sense of Proportion)

มีจิตสาธารณะ (Public Mind)

เรียนแล้วช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้

พึ่งตนเองได้ทางเศรษฐกิจ สังคม การเรียนรู้

บูรณาการการเรียนรู้กับชีวิตจริง พัฒนาชีวิตตน ครอบครัวและชุมชนจนเห็นผลปรากฏชัดเจนเป็นรูปธรรม


การจัดกระบวนการเรียนรู้

ชีวิตคือการศึกษา การศึกษาคือชีวิต

การศึกษาคือการพัฒนา

การศึกษาผู้ใหญ่ที่เน้นการปฏิบัติ การจัดการความรู้ การทำโครงงาน การวิจัยและพัฒนา

ปราชญ์ ผู้รู้ในท้องถิ่นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษาและอาจารย์


ทักษะชีวิตของนักศึกษา

. คิดได้

วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์มีข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต สังคม โลก เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ได้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รู้ว่าทำไมโลกจึงเป็นเช่นนี้ ปัญหาของโลก เชื่อมกับปัญหาของตัวเราวันนี้อย่างไร โลกร้อน ปัญหาอาหาร พลังงาน ปัญหาการพัฒนา

. ตัดสินใจได้

การตัดสินใจได้ หมายถึงการเป็นตัวของตัวเอง มีวิจารณญาณ มีสติและปัญญาเพียงพอเพื่อจะได้ไม่ไหลไปตามกระแส กล้าหาญพอที่จะทวนกระแสได้ ไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ แต่อยู่อย่างมีแบบมีแผน
มีเป้าหมาย จะทำอะไรก็ตัดสินใจได้เอง ไม่ถูกสถานการณ์บังคับ ไม่ถูกครอบงำโดยอิทธิพลภายนอก

. เลือกได้

เลือกได้ หมายถึงจะเลือกก็ได้ ไม่เลือกก็ได้ มองเห็นทางเลือกมากกว่าหนึ่ง ทางเลือกหลากหลาย
โดยรู้จักแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ เองด้วย ไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ที่เหมือนกับบังคับให้ต้องทำหรือเดินไปในทิศทางที่คนอื่นกำหนด สังคมกำหนด ไม่เดินไปข้างหน้าเหมือนม้าลำปาง ที่ถูกปิดตาด้านข้าง มองเห็นแต่ทางข้างหน้าทางเดียว

. พึ่งตนเองได้

พึ่งตนเองได้ หมายถึง การรู้จักใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อจัดการชีวิตของตนเอง
โดยไม่คิดแต่จะพึ่งพาคนอื่น รู้จักพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อให้พึ่งพาตนเองได้วันนี้และมีแผนสร้างสวัสดิการและความมั่นคงให้ชีวิตในวันหน้า พึ่งตนเองเป็นการรู้จักอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ช่วยตัวเองได้ และช่วยคนอื่นได้ รู้จักอยู่ร่วมกับคนอื่นแบบพึ่งพาอาศัยกัน พึ่งคนอื่นโดยไม่เป็นภาระให้พวกเขามากเกินไป

 

สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดพลังปัญญาและรูปแบบการศึกษาที่มีพลังสร้างชีวิตที่ยืดหยุ่นได้ ที่ขยายผลไปกว้างไกลเหมือนสายน้ำ

เปิดประตูไปสู่โลกใหม่ของการเรียนรู้ ที่การศึกษากับการพัฒนา การเรียนรู้กับชีวิต เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันเรียนรู้ได้ทุกแห่งที่มีความรู้และมีผู้รู้เปิดให้เห็นศักยภาพของท้องถิ่น ที่จะเรียนรู้ พัฒนา และพึ่งพาตนเอง

เชื่อมประสานเครือข่ายชุมชน หน่วยงานองค์กรต่างๆ ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ให้เป็นภาคี ร่วมมือกันจัดการเรียนรู้และการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็ง

เร่งปฏิกิริยา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในท้องถิ่น ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

Comments