ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจภายในโรงเรียน

โพสต์2 ก.ย. 2560 01:56โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 2 ก.ย. 2560 02:01 ]

อิสมาแอล หมินหวัง
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนสงขลา

“อิสมาแอล หมินหวัง” เติบโตในชนบทมีความโชคดีที่ครอบครัวมีอาชีพทำนา และทำเกษตรจึงมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้เป็นบิดาและมารดาตามฤดูกาล ตั้งแต่เข้าเรียนระดับประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษา คุณครูยุคก่อนๆ มักจะให้ปลูกผักในวิชาเกษตร แต่เป็นเกษตรธรรมดา ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับเกษตรยุคปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีน้ำยา EM ยังไม่มีการทำบัญชีครัวเรือน ยังไม่รู้จักการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ และไม่มีธนาคารขยะในโรงเรียน แต่มีพื้นฐานในการเพาะปลูกอย่างเดียว หลังจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 (มศ.3) ผู้นำครอบครัว คือ บิดาได้เสียชีวิต ทำให้ข้าพเจ้ามีผลกระทบทางการศึกษาต่อจึงเข้าเรียนในโรงเรียนปอเนาะ ชีวิตต้องขยันมากขึ้น ต้องช่วยเหลือตนเองทำทุกอย่างที่เป็นการสร้างรายได้ พื้นที่อันจำกัดในโรงเรียนปอเนาะ จึงเป็นที่ปลูกผักไว้รับประทานเอง และเหลือก็ขายจนสามารถจบชั้น 10 ทางศาสนา  เพราะความเป็นผู้นำทางสังคมหลายบทบาท หลายหน้าที่ อิสมาแอล หมินหวัง จึงชอบคิดค้นนำร่อง ริเริ่มโครงการอยู่ตลอดเวลา เพื่อองค์กรที่รับผิดชอบอยู่

“อิสมาแอล หมินหวัง” ยอมรับว่าเมื่อก่อนการบริหารจัดการโรงเรียน ก็ทำเหมือน ๆ กันอยู่แบบเดิม ๆ มีความภาคภูมิใจเมื่อนักเรียนแต่ละรุ่นสามารถเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา โดยมีเป้าหมาย คือ ใบปริญญา และมีกิจกรรมชื่นชมกับนักเรียนเหล่านั้น เพราะได้สร้างชื่อเสียงแก่โรงเรียน เพราะเป็นเกณฑ์ตัวหนึ่งที่สังคมจับตามอง แต่จะไม่สนใจนักเรียนที่ไม่ศึกษาต่อในระดับมหาลัย

ภายใต้ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจภายในโรงเรียน ของมหาลัยชีวิตในครั้งนี้ “อิสมาแอล หมินหวัง” ได้คิดค้นโครงการโรงเรียน 3IN1 ขึ้นโดยได้ทำ MOU กับวิทยาลัยการอาชีพนาทวี ด้วยรูปแบบให้นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ลงทะเบียนเรียน ปวช. ที่วิทยาลัยการอาชีพไปด้วย โดยจัดทำหลักสูตรแบบสะสมหน่วยกิจ ซึ่งจะต้องเรียนสายอาชีพปีละ 60 หน่วยกิจ รวมเวลา 3 ปี เมื่อจบแล้วนักเรียนจะได้ 3 วุฒิ คือ วุฒิชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วุฒิศาสนา และวุฒิ ปวช. จากวิทยาลัยการอาชีพด้วย

สิ่งสำคัญที่ทำให้ดำเนินโครงการไปได้ คือ ความเข้าใจและความร่วมมือของบุคลกรครูทุกคน ทุกขั้นตอนจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และความระมัดระวัง ในขณะเดียวกันจะต้องกระตุ้นเสริมสร้างความซื่อสัตย์ในหน้าที่การงาน เพื่อสนองโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเรา ไม่ใช่เป็นบุคคล “รักในหลวงแค่ริมฝีปาก” ภายใต้โครงการนี้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมจากโลกภายนอก

จากการทำโครงงานในครั้งนี้ทำให้ อิสมาแอล เกิดความภาคภูมิใจที่คิดแล้วสามารถลงมือปฏิบัติได้จริง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน ประสานงาน การค้นคว้าข้อมูล และทุกคนในโรงเรียนได้สนองโครงการพระราชดำริของในหลวง ทำให้บุคลากรในองค์กรกล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เข้าใจในการทำงานเป็นหมู่คณะและรู้จักการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี เกิดการพัฒนาความคิด อันจะนำไปสู่การขยายโครงงานอื่นๆ ที่จะตามมาซึ่งได้ทำแผนงานไว้แล้ว ดูเหมือนโครงงานไม่น่าจะมีอะไร แต่ภูมิใจที่บุคลากรในองค์กร ได้เข้าใจถึงการมีอาชีพ ช่องทางการสร้างรายได้อันเป็นปัจจัยที่มีอยู่ใกล้ตัวและไม่ยึดติดกับการเป็นมนุษย์เงินเดือน

“มหาลัยชีวิต” คือ มหาลัยที่ “อิสมาแอล” จะรณรงค์ ให้นักเรียนเมื่อจบชั้นมัธยมตอนปลายแล้วเข้าไปศึกษาต่อเพราะเป็นมหาลัย “สร้างคนให้เป็นคน” ได้จริง เกิดนวัตกรรมหลักสูตรใหม่ในวงการการศึกษา คือ เรียนแบบภายใต้การทำโครงงานนี้ได้สะสมหน่วยกิจ โดยทำ MOU กับวิทยาลัยการอาชีพนาทวี จบแล้วนักเรียนจะได้ 3 วุฒิ วุฒิชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6, วุฒิศาสนาชั้น 10 และวุฒิ ปวช. จากวิทยาลัยการอาชีพ นาทวี เรียกโครงการนี้ว่าหลักสูตร 3IN1

ความรู้สึกที่ “อิสมาแอล” มีต่อมหาลัยชีวิต “ขอขอบคุณอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ที่ตลอดระยะเวลา 3 ปี ได้ตอกย้ำสร้างจิตสำนึกให้น้อมนำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะมหาลัยชีวิตที่เป็นมหาลัยที่กล้าคิดนอกกรอบ จัดหลักสูตรคล้ายจะย้อนยุค ดูเสมือนว่าจะนำพาประเทศถอยหลัง ในความรู้สึกของสังคมปัจจุบัน เพราะสวนกระแสของโลกาภิวัฒน์ ภายใต้โครงงานที่ได้ทำมาเกิดความประจักษ์แก่ข้าพเจ้าถึงคุณค่าของมนุษย์อย่างแท้จริง”


Comments