ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่มนุษย์ทำไม่ได้

โพสต์2 ก.ย. 2560 02:09โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

 “ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่มนุษย์ทำไม่ได้” คำพูดที่ติดหูแต่เป็นคำพูดที่พิสูจน์ได้จริงๆ หากมนุษย์ไม่ท้อแท้กับการดำเนินชีวิต จะสามารถผ่านทุกอย่างได้เสมอ

ศรารัตน์ บ้านใหม่ นักศึกษาศูนย์เรียนรู้ชุมชนเครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิตเกาะแต้ว ศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนสงขลา ทำโครงงาน สปช.3 เรื่องการเปิดร้านค้าในชุมชนเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว เนื่องจากพ่อ และแม่มีอายุมากแล้ว อยากให้มีกิจกรรมทำ แต่ไม่อยากให้ทำงานหนัก จึงเปิดร้านค้าในชุมชนโดยใช้พื้นที่บริเวณหน้าบ้านเป็นที่ตั้งร้านค้า

เธอวางแผนเรื่องงบประมาณในการทำร้าน แต่จะไม่ขอหยิบยืมเงินจากที่อื่นจะลองออมเงินเอง ครบเมื่อไหร่ค่อยทำ ระหว่างที่ออมเงินได้ช่วยกับพ่อออกแบบร้านค้าจนได้แบบที่พอใจ

จนเมื่อเดือนกันยายน 2556 แม่ของเธอแจ้งว่าเงินน่าจะพอสำหรับการทำร้านค้าแล้ว ให้ลองทำดูก่อนขาดเหลือค่อยว่ากัน เงินที่ออมไว้ 28 เดือน ได้ 92,000 บาท จึงคำนวณค่าวัสดุก่อสร้าง และโทรเช็คราคาจากร้านที่จำหน่ายวัสดุ

หลังจากนั้นได้ติดต่อให้รถมาถมดินที่หน้าบ้าน ใช้ดินทั้งหมด 11 คันรถๆ ละ 700 บาท แต่เนื่องจากเป็นญาติกันจึงลดราคาเหลือคันละ 650 บาท

เมื่อพ่อได้วัสดุครบแล้วจึงเริ่มขุดหลุมเอก และหาฤกษ์เพื่อวางเสาเอก โดยพ่อบอกว่าไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ไหว้เจ้าที่เจ้าทางก็พอ พอลงมือวางเสาจนครบ 9 ต้น ก็เริ่มสร้างหลังคา จึงเป็นงานที่ครอบครัวได้ทำร่วมกัน มีความใกล้ชิดกัน โดยแม่และพ่ออยากให้ร้านเสร็จในเดือนตุลาคม 2556 เพราะแม่มีคติประจำตัวว่า “ลงมือทำก่อน ได้โอกาสก่อน”

ร้านค้าเปิดในวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2556 ซึ่งตรงกับวันที่เธอไปเรียน เธอจึงยกให้แม่จัดการแทนทุกอย่าง มีน้องๆ ช่วยไปซื้อของเข้าร้านให้แม่ มีการวางแผนแบ่งหน้าที่ในการเฝ้าร้าน โดยแม่เฝ้าช่วงเช้า เธอและพ่อเฝ้าช่วงบ่าย วันเสาร์และวันอาทิตย์แม่เฝ้าทั้งวัน ส่วนใครว่างๆก็มาช่วยขายของในร้าน

เธอสังเกตดูแม่มีความสุขกับการได้จัดร้านให้เป็นหมวดหมู่ เมื่อมีรถผ่านมาทาบทามจะวางขายแม่ก็ยิ้มแล้วบอกว่ารอให้ลูกสาวตัดสินใจ เธอจึงคุยกับแม่ว่าแม่ตัดสินใจได้เลยว่าจะขายอะไรบ้างเพราะแม่อยู่บ้านมากกว่าลูก หลังจากนั้นเมื่อเพื่อนบ้านเอาอะไรมาฝากขาย แม่ก็รับหมดทุกอย่างจะได้ช่วยๆ กัน ร้านของเธอสามารถแบ่งเบาภาระเพื่อนบ้านที่เอาของไปขายในตลาดได้อีก เธอคิดว่าถ้าเรามีศูนย์กลางของเราเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดข้างนอก ถ้าเราทำในชุมชมเรื่องอาหารการกิน เรื่องบริโภค ทุกอย่างจะตามมาหมด สามารถแลกเปลี่ยน สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ เครือข่าย

เริ่มขายของวันแรกแม่ก็จดบันทึกลงในเศษกระดาษไว้ให้เธอจดลงสมุดบันทึกอีกทีหนึ่ง เธอคิดว่าน่าจะให้แม่เก็บเงินไว้บ้างไม่อย่างนั้นจะไม่มีเงินเก็บเลย โดยให้แม่เก็บวันละ 300 บาท และเพิ่มมาเป็นวันละ 400 บาท นอกจากนั้นที่ร้านของเธอยังขายผ้านวม และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ทุกวันนี้ร้านค้าของเธอมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,400 บาท บางวันก็ได้ถึง 2,000 บาท


ร้านค้าของเธอปัจจุบันมีเครือข่ายสินค้าชุมชน เช่น น้ำดื่มสะอาด เครื่องแกงคลองยอเทพา ขนมพื้นบ้าน ไม้กวาดดอกหญ้าสตูล ข้าวสารพื้นเมือง บูดูสายบุรี เกลือ ผักสวนครัว เป็นต้น จากการที่ร้านของเธอได้รับขนมพื้นบ้านมาขาย ทำให้คนในครอบครัวได้ทำขนมมาวางขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย และเธอคิดต่อยอดในเรื่องของสินค้าขายส่ง เช่น ปุ๋ยชีวภาพ ข้าวสาร เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์กระจายสินค้าออกไปข้างนอกพื้นที่ต่อไปประสบการณ์ในครั้งนี้เธอบอกได้เลยว่าใช้เงินซื้อไม่ได้ ต่อให้มีเงินสร้างขึ้นมาแล้วก็ดับหากไม่ได้ตั้งใจที่จะทำ แต่หากสร้างขึ้นมาด้วยหัวใจ ด้วยความตั้งใจ มันจะมีคุณค่ามากมาย และเราจะมีความสุข



Comments