เกษตรผสมผสาน 5 ไร่ 1 ปี 1 ล้าน

โพสต์2 ก.ย. 2560 02:53โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 2 ก.ย. 2560 02:54 ]

ภัณฑรักษ์ แก้วพลี อยู่หมู่ที่ 4 ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นคนที่มีความตั้งใจทำงานตั้งแต่เรียนอยู่โรงเรียน หลังจากประสบความสำเร็จในการเรียนหนังสือออกมาก็ได้มาช่วยดูแลหมู่บ้านในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทำอยู่ได้พักหนึ่งก็ไปเป็นพ่อค้าขายต้นไม้ขายพันธุ์พืชอยู่หลายๆ ที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็น ส.อบต. และก็ยังมีตำแหน่งทางสังคมหลายๆ ตำแหน่ง ปัจจุบันก็ศึกษาต่อที่ ม.ชีวิต และก็มาเป็น อสม. และได้ประกวดเป็นที่หนึ่งของจังหวัดสาขาการจัดการสุขภาพชุมชน ภัณฑรักษ์ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชุมชนแห่งนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตาหมู่บ้านเป็นความภาคภูมิใจของสังคม

ภัณฑรักษ์ แก้วพลี เป็นผู้นำหลายด้านของชุมชน เป็นคนที่มีภาวะผู้นำสูงตั้งใจทำงาน ทีนี้พอทำการเลือกตั้งและเป็นที่ยอมรับให้เป็น ส.อบต. เขาก็ตั้งใจมุ่งศึกษาเรียนรู้ให้กับตนเองจนได้มาเรียนม.ชีวิต และได้ความรู้มาพัฒนาที่ดินของตนเองประมาณ 5 ไร่ และตั้งปณิธานว่า 5 ไร่ใน 1 ปี จะหาเงินให้ได้ 1 ล้าน เป็นสโลแกนที่ภัณฑรักษ์ จะเดินหน้าต่อไปได้ ภัณฑรักษ์ทำงานจุดนี้ได้สำเร็จ นายก อบต.ก็ได้นำผลงานเขา เข้าใส่ไว้ในแผนพัฒนา อบต.ทรัพย์ทวี เป็นแผน 3 ปี เพื่อให้ชาวบ้านประชาชนที่สนใจ ที่อื่นๆ มาศึกษาดูงาน จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวิชาการเกษตร เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งตรงกับภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ ช่วยลดภาวะค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้

ภัณฑรักษ์ เป็นบุคคลต้นแบบบุคคลตัวอย่างในการต่อสู้ชีวิต เขาตั้งใจทำงานเป็นคนอดทน อุตสาหะ ขยันขันแข็ง และที่สำคัญคือ เป็นคนรักครอบครัว มีครอบครัวที่อบอุ่น ทำงานเสียสละเพื่อส่วนรวม ชุมชน และสิ่งที่เขาเข้ามาร่วมคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นผู้ได้รับการยอมรับมากที่สุด นอกจากช่วยเหลือชุมชนรักครอบครัว มีแววที่จะส่งเสริมให้ดังได้ สาธารณสุขอำเภอและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนท่าแร่จึงได้ส่งเข้าประกวด และได้รับรางวัลอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่นจังหวัดสุราษฎร์ธานีสาขาจัดการสุขภาพ และส่งไปต่อระดับเขตแต่ไปเจอเขี้ยวยาวๆ ของเราเขี้ยวไม่คมก็เลยกลับมาพักก่อนและเริ่มงานใหม่ จากการที่ทำให้บ้านตนเองเป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นแหล่งทุน ศึกษาหาความรู้ของ อสม. และประชาชนทั่วไปเป็นแหล่งที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ประชาชนทั่วไป ให้คนได้มาศึกษาดูงาน ในพื้นที่น้อยๆ ทำการเกษตรได้ครบวงจร ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า คือที่นี่ สวนแสนสุขสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพจะช่วยสนับสนุนความรู้ ช่วยสนับสนุนด้านวิชาการ ช่วยผลักดันให้ก้าวหน้าในทางสาธารณสุข ในอนาคตอาจได้เป็น อสม.ดีเด่นระดับชาติ ปัจจุบันนี้ดูแลสุขภาพด้วยหลัก 3 อ. 2 ส. คือ ออกกำลังกาย อาหาร และอารมณ์ดี  2 ส. คือ ไม่สูบบุหรี่ไม่กินเหล้า และความสำเร็จต้องอดทน ขยัน ประหยัดและอดออม


ภัณฑรักษ์ ทำในเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายระหว่างหมู่บ้านอย่างน้อยในการทำงานประสานงานต้องมีการวางแผน การศึกษาดูงานระหว่างกลุ่มกับคณะที่มาศึกษาดูงานทุกคณะจะมีเครือข่ายตามจุดต่างๆ ในตำบล ซึ่งมีการจะยกฐานะในส่วนของจุดเรียนรู้ การศึกษาดูงาน ต.ทรัพย์ทวีให้เป็นที่เรียนรู้ ศึกษาการดำรงชีวิตของคนในชุมชน เพื่อนำกลับไปปรับใช้กับชุมชนของตนเอง ในปัจจุบันราคายางถูก ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำในส่วนนี้ต้องการให้คนมีภูมิคุ้มกันจากการสร้างรายได้ มีการสร้างอาชีพเพื่อให้เกิดความมั่นคง เกิดการเปลี่ยนเปลงต่อสิ่งต่างๆ ในอนาคต ส่วนนี้เองภัณฑรักษ์ ก็ได้ร่วมทำกิจกรรมอยู่เสมอและกิจกรรมของคณะที่มาศึกษาดูงานต่างๆ

ภัณฑรักษ์ แก้วพลี เป็นเจ้าของไร่แสนสุข ซึ่งจบ ปวส. จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง ซึ่งตอนไปเรียนก็ได้รับพระราชทานโล่จากสมเด็จพระเทพฯ ในสมาชิกดีเด่นระดับชาติ จากนั้นก็สร้างครอบครัวมีบุตร 2 คน หญิง 1 ชาย 1 และเข้าไปเรียนม.ชีวิตที่ ศรช.คีรีรัฐนิคม เป็นนิมิตหมายที่ได้เจอ ผอ.ครินทร์ แย้มมณี เป็นผู้ติดต่อให้เข้าไปเรียนถือเป็นโอกาสที่ดีมากใฝ่รู้หาความรู้ตอบโจทย์ม.ชีวิต ว่าชีวิตก่อนเรียนเป็นอย่างไรระหว่างเรียนชีวิตจะต้องดีขึ้น ก่อนชีวิตจะดีขึ้นก็ต้องสรรสร้างชุมชนให้ดีขึ้นควบคู่ไปด้วย คือต้องเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชนที่เราอยู่ หรือบ้านเกิดให้เดินไปข้างหน้าจนกว่าจะเป็นชุมชนเข้มแข็ง นั่นคือเป้าหมายที่ ภัณฑรักษ์ ได้เข้าไปเรียนม.ชีวิต

ในส่วน 5 ไร่ ภัณฑรักษ์ จะปลูกพืชหลักๆ คือ ทุเรียน มะนาว จะใช้ระยะห่างปลูกแค่ 5 เมตรคูณ 5 เมตร ในช่วงระหว่างมะนาวก็ใส่ผักพื้นเมืองไป ซึ่งคุณภาพของผักพื้นเมืองนี้ไม่ต้องใส่สารเคมี เพราะว่าผักพื้นเมืองจะมีภูมิคุ้มกันของตัวเอง ไม่ว่าจะมีรสฝาด รสเปรี้ยว รสขม เขาจะมีภูมิคุ้มกันของตัวเองไม่ให้แมลง ศัตรูพืชเข้าไปทำลายได้ เป็นผักปลูกในพื้นที่ภาคใต้และมีความต้องการของตลาดอีกมากมาย ในการทำเกษตรผสมผสานของภัณฑรักณ์นั้นนอกจากมีผักแล้ว ยังเลี้ยงปลามีบ่อปลาขนาด 1 ไร่ มีการเลี้ยงปลาทุกๆ รอบ 4 เดือน มีการนำพันธุ์ปลามาจำหน่าย จำหน่ายครั้งหนึ่งได้ถึง 40,000-50,000 บาท ในรอบหนึ่งปีก็จะจำหน่ายปลาได้ประมาณ 3 รุ่น

และในส่วนพันธุ์ไม้ที่ปลูกแล้วนั้น เขาก็จะสามารถขยายพันธุ์ขึ้นมา เพาะกล้า เลี้ยงกล้าถุง ก็สามารถจำหน่ายได้ตลอดปี แต่หลักๆ ก็จะเป็นมะนาวและผักพื้นเมือง นอกเหนือจากนั้นเขาจำหน่ายผักกับครอบครัวเก็บขายได้วันหนึ่งก็ 500- 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาล อย่างฤดูกาลแล้งนี้ผลผลิตก็ตามสภาพอากาศร้อน ก็มีผลกระทบต่อการแตกยอดอ่อนของผักจะได้ปริมาณค่อนข้างน้อยลง ส่วนฤดูฝนบางวันก็ได้มากกว่า 100 กำ ตกกำละ 20 บาท ยังมีที่เก็บรายวันก็คือ มะนาว รายสัปดาห์ก็คือ ฝรั่ง และเป็นงวดเป็นครั้งก็คือ การชำกิ่งมะนาวมาเลี้ยงและจำหน่ายถุง นอกเหนือจากนั้นเขายังเพาะกล้าต่างๆ เป็นรายได้เสริม ใน 5 ไร่ 1 ปี 1 ล้าน

เขาตอบโจทย์ให้กับผู้มาดูงานว่าบริบทของเขาที่ทำไปนั้น จะได้หรือไม่ได้แล้วลองก็พิจารณากันดู เขามักจะบอกกับคณะผู้มาดูงานว่า “ถ้าบางจุดท่านไม่สามารถนำไปใช้ของท่านได้ ท่านก็ไปประยุกต์ อย่างน้อยท่านต้องดูบริบทในไร่ผมนั้น กับพื้นที่ท่านนั้น เหมาะสมหรือพร้อมที่จะปลูกไหม”  

 “อันดับแรกของการทำเศรษฐกิจพอเพียงนั้นต้องเริ่มที่ใจ เมื่อใจเราชอบเราต้องทำให้ได้ว่าเศรษฐกิจพอเพียง เราจะต้องคิดให้มีคุณค่ามากกว่ามูลค่า ถ้าเราตั้งโจทย์เอามูลค่าขึ้นก่อนแล้วเศรษฐกิจพอเพียงมันจะเดินหน้าไปไม่ได้ ทำอย่างไรก็ได้ให้พอมีพอกิน พออกพอใจ พออยู่ พอใช้ นั่นคือเศรษฐกิจพอเพียง ผมเชื่อเหลือเกินว่ารากฐานของเกษตรกรต้องยืนหยัดอยู่กับเศรษฐกิจพอเพียงให้ได้ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงของเรา”  เป็นคำพูดของ ภัณฑรักษ์

ภายในไร่จะปลูกไม้ชุมน้ำจะเป็นมันปูจิกนา น้ำในคูเขาจะเอาไปเพิ่มน้ำในสระเลี้ยงปลา เพื่อให้เกิดออกซิเจน สร้างน้ำในสระอุ้มน้ำไว้ได้ และสามารถรักษาความชื้นของต้นไม้ที่อยู่ในสระได้ด้วย ได้ปลูกมะนาวอยู่ 2 พันธุ์ คือมะนาวไข่ที่ไร้เม็ด คุณสมบัติไม่มีเมล็ดและมีกลิ่นหอม ออกรสที่เข้มข้นเป็นความต้องการของผู้บริโภคมาก และมะนาวแป้นพวง นอกจากที่เขาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตภายในไร่แล้วในรายวัน เขายังขยายพันธุ์ทั้งหมดนี้โดยวิธีการชำกิ่ง อย่างกิ่งพันธุ์ชมพู่สายพันธุ์กิมจูถ้าติดรากจะอยู่ในราคาจำหน่ายกิ่งละ 50 บาท หนึ่งต้นสามารถชำได้ 50-80 กิ่ง ระยะเวลาตัดกิ่งจำหน่ายอยู่ที่ 30 วัน ในหนึ่งสัปดาห์จะเก็บลูกฝรั่งได้ในรอบ 120 ต้น 100-150 กิโลกรัม

ส่วนริมน้ำเขาได้ปลูกชะมวง คุณสมบัติ ช่วยให้ชุ่มคอ คุมน้ำหนักได้ สามารถต่อต้านมะเร็งบางชนิดได้ก็คือ จะปลูกชะมวง ประมาณ 400 ต้น และปลูกเตยหอมเพื่อไม่ให้ตลิ่งพังทลาย สามารถยึดหน้าดิน รักษาความชื้น นอกจากนั้นใต้ใบเตยหอมเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดได้อีกด้วย ไม่ว่าเป็นหอย กุ้ง ปลา สามารถวางไข่ใต้ใบเตยหอม ในไร่มีการปลูกต้นส้มป่อย มะตูมหอม ฝรั่ง และมะนาวทั้งมะนาวไข่ และมะนาวแป้นพวง ใน่ไร่มีมะนาวทั้งหมด 400 ต้น ต่อหนึ่งต้นมะนาวเขาได้ชำกิ่ง 50-80 กิ่ง ขายราคากิ่งละ 50 บาท มะนาว 400 ต้นในรอบหนึ่งปี ก็จะชำกิ่งมะนาวถึง 15,000-25,000 กิ่ง

ส่วนผักหวานจะถูกตัดขายในรอบหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งต้นก็คือ หนึ่งกำ อยู่ที่เฉลี่ย ต้นละ 10 บาท อาทิตย์ละ 10 ต่อ 1 ต้น ซึ่งมีผักหวานทั้งหมด 8,000 ต้น ฝรั่งพันธุ์กิมจูก็สามารถชำกิ่งได้ 80 กิ่ง  1 ต้นประมาณ 3,000 - 4,000 บาท  มะนาวสายพันธุ์แป้นพวง นำพันธุ์มาจากปราจีนบุรีจะให้ลูกดก ลูกเป็นพวง จะมีลูกตลอดปี รสชาติมีกลิ่นหอม เปลือกบางเช่นกัน ได้น้ำหนัก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน มะนาวนอกเหนือจากเป็นอาหารแล้ว สรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ บำรุงเสียง ขับระดู


และเขาได้ปลูกมะนาวตะกร้า มะนาวตะกร้าเหมะสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย หรือมีพื้นที่จำกัดไม่สามารถปลูกมะนาวลงดินได้ สามารถปลูกเพียงพอบริโภคในครัวเรือนจะมีลูกตลอดปี แต่ต้องปลูกพันธุ์แป้นพวง เพราะจะให้ผลผลิตเยอะกว่ามะนาวไข่ ในไร่ของ ภัณฑรักษ์ จะรักษาระบบนิเวศ โดยปล่อยไก่พื้นเมือง สายพันธุ์ไก่แจ้ ไว้อยู่ประมาณ 100 ตัว นอกจากเอาไว้เป็นอาหารได้แล้ว ยังใช้ไข่บริโภคได้ด้วย นอกจากนั้นยังกำจัดระบบนิเวศ ที่เป็นศัตรูพืช ประเภทแมลง หนอน เพื่อความสมดุลภายในไร่ เขามั่นใจว่าไร่แห่งนี้ปลอดสารพิษ  คือไก่พวกนี้เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาระบบนิเวศได้ด้วย เพียงพอกับความต้องการพื้นที่ 

พื้นที่ร่มรื่น ภัณฑรักษ์ สามารถปลูกไม้ที่อยู่ใต้ร่มได้ไม่ว่าจะเป็นต้นเผลียง มีสรรพคุณบำรุงเอ็น บำรุงสายตา พื้นที่ว่างก็จะปลูกแซมต้นพริกไว้  มีพริกอยู่ภายในไร่ประมาณ 500 ต้น เป็นการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า ระหว่างนี้เขาได้ศึกษาพันธุ์เลมอน ซึ่งเขาได้บอกว่า  “เมื่อเราเปิด AEC แล้ว อย่างน้อยชาววต่างชาตินิยมปรุงอาหารด้วยเลมอนจึงปลูกไว้รองรับ และเราต่อยอด 5 ไร่ 1 ปี 1 ล้าน ของแสนสุขรักษ์พันธุ์ไม้ด้วย โฮมสเตย์”

Comments