ผลงานนักศึกษา

“เรียนรู้” เพื่อกลับสู่ถิ่นฐาน

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:54โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

ประไพ  ยงเพชร

ประไพ  ยงเพชร  นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต ศูนย์ฯ อำเภอสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ชีวิตเคยติดอยู่กับสิ่งล่อตาล่อใจในเมืองหลวง เมื่อสมัยเด็กๆ ครอบครัวยากจนมาก  เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปี ๓ ก็ไม่ได้เรียนต่ออีก เพราะสงสารแม่ที่ต้องตรากตรำทำงานหนัก เพื่อหาเงินมาให้เป็นค่าเล่าเรียน เธอตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

ทำงานเป็นคนรับใช้ในคลินิกแห่งหนึ่ง ชีวิตในเมืองหลวงของเธอเครียดและไม่มีความสุข อยากกลับไปอยู่บ้าน ได้อ่านนิตยสารหมอชาวบ้าน เจอคอลัมน์ที่สัมภาษณ์ ดร.เสรี  พงศ์พิศ พูดถึงปราชญ์ชาวบ้านทางภาคอีสาน มีที่ดินแค่ ๒ ไร่ แต่สามารถมีชีวิตแบบพออยู่พอกินได้

จึงขอลางานเพื่อไปสมัครเรียนในโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตที่บ้านของตนเอง ทำโครงงานปลูกต้นพุด เก็บดอกมาร้อยมาลัยชาย ตอนนั่งร้อยมาลัยกันก็เล่าให้พ่อแม่ฟัง ว่าวันนี้อาจารย์สอนอะไรบ้าง พ่อกับแม่ไม่ได้ไปเรียน ก็เหมือนได้เรียน

“โครงการนี้ได้ให้ชีวิต คือให้เราได้กลับมาอยู่กับครอบครัว มาอยู่บ้าน ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างที่อยากจะทำ คือการทำสวน ทำนา มันเป็นชีวิตของเรา ทำไมเราถึงหนีไป ทำไมคนเราต้องหนีจากถิ่นฐานด้วย แม่ก็รู้สึกภูมิใจที่ลูกกลับมา ไม่คิดจะกลับไปที่กรุงเทพฯ อีกแล้ว พบแล้วที่ที่เหมาะกับตนเองจะอยู่ที่นี่ จะพัฒนาชุมชนที่นี่ จะไม่ไปไหนอีกแล้ว”


ข้าวจี่พันล้าน ตำนานคนสู้หนี้

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:51โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

ภาสกร  กิณเรศ


จากพนักงานกรมทางหลวงที่เลิกงานแล้วเอาแต่เที่ยวเตร่ เป็นสิงห์นักดื่มจนสุขภาพทรุดโทรม กระเพาะอาหารทะลุ หนี้สินรุงรัง คิดอยากเริ่มต้นชีวิตหม่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จแม้สักครั้งดียว

เมื่อได้เข้ามาเรียน มหาวิทยาลัยชีวิตเรียนวิชาการวางเป้าหมายและแผนชีวิตทำให้ภาสกรได้ฝึกปฏิบัติจากชีวิตจริง เพราะต้องวิเคราะห์ตนเองทั้งด้านอาชีพ การเงิน สุขภาพ การเรียนวิชาที่สอนให้คืนสู่รากเหง้า

ทำให้ภาสกรนึกถึงภูมิปัญญาการทำข้าวจี่ของบรรพบุรุษตนทำเป็นอาชีพเสริมได้ บวกกับการคิดค้นสูตรเพิ่มให้เข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ จนขายดี สามารถยึดเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ ทุกวันนี้ภาสกรได้ไปขายตามตลาดนัดตามงานต่างๆ จนมีกำไรพอปลดหนี้สินได้แล้ว สุขภาพก็ดีขึ้น มีเงินเก็บ และพบกับความสุขในชีวิต

วิสาหกิจชุมชนเก้าเกลอ

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:46โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

เมื่อมาเรียนด้วยกัน นักศึกษาเก้าคนของศูนย์เรียนรู้ ม.ชีวิต จ.ชุมพร พบว่าแต่ละคนเก่งกันคนละเรื่อง จึงรวมกันนำความสามารถนั้นมาใช้กับการทำงานกลุ่ม โดยจัดตั้งรับเป็นออร์กาไนเซอร์จัดงานต่างๆ โดยเริ่มงานแรกด้วยงานประจำปีของวัดทุ่งไทรทอง ตำบลสะพลี อำเภอประทิว จังหวัดชุมพร

“พวกเราร่วมกันทำงานจนงานจบไปด้วยความประทับใจของเจ้าภาพ เรื่องความพร้อมเพรียง ความรักสามัคคี ทุ่มเท และรู้จักใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากการเรียนวิชาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสอนโดยอาจารย์ไอศูรย์  ภาษยะวรรณ์ ทำให้พวกเราเริ่มมีกำลังใจในการทำงานนี้”

ด้วยภารกิจการงานที่รัดตัวของแต่ละคน ช่วงแรกจึงทำวิสาหกิจเฉพาะช่วงเย็น โดยกำหนดว่างานของวิสาหกิจชุมชนเก้าเกลอมีดังนี้

๑. รับออกแบบจัดงานด้วยวัสดุและทรัพยากรในท้องถิ่น

๒. ทำเครื่องแกงด้วยผลิตผลปลอดสารพิษของเก้าเกลอ และจากคนในชุมชน

๓. ทำเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยพืชผักปลอดสารพิษ

๔. จัดส่งของชำร่วย เช่น ถ้วย จาน แก้ว ยาหม่อง และอื่นๆ

๕. รับผูกผ้าในงานพิธีต่างๆ

“การทำงานนี้ทำให้พวกเรานำความรู้จากการเรียนวิชาต่างๆ ของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน มาปรับใช้กับการทำงานจริงทุกวิชา จึงทำให้ก่อเกิดเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเก้าเกลอ กลุ่มคนตัวเล็กๆ ที่เข้มแข็ง”

แหล่งเรียนรู้ในชุมชนสู่ความยั่งยืนของข้าพเจ้า

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:41โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

ภูมิปัญญา หมัดหลี

ศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนเครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิตเกาะแต้ว ศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนสงขลา

หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผมก็ได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยชีวิต จึงเข้าไปหาข้อมูลเพราะต้องการที่จะศึกษาต่อ ซึ่งเมื่อผมได้ศึกษาข้อมูลแล้วก็ทำให้รู้สึกแน่ใจว่านี่แหละคือสถาบันอุดมศึกษาที่ผมต้องการจะเข้าศึกษาต่อ ผมไม่ได้สมัครเรียนที่สถาบันอื่นเลย ผมมีความต้องการที่จะเข้าศึกษาที่ มหาลัยชีวิตซึ่งผมก็ไม่ผิดหวังผมมีความสุขกับการได้เรียนที่นี่

มีบางคนมาถามผมว่าไม่เสียใจหรือที่ไม่ได้ศึกษาต่อในมหาลัยหลักผมตอบอย่างภูมิใจว่า ผมได้เข้าไปในสถาบันหลักเกือบทุกแห่ง แต่ไม่ได้เข้าไปในฐานะนักศึกษา ผมเข้าไปในฐานะวิทยากร เพราะมหาลัยหลักหลายๆ แห่งเชิญผมไปเป็นวิทยากรให้ความรู้กับนักศึกษาของเขา

ความรู้ที่ผมได้รับจาก มหาลัยชีวิตผมไม่เพียงได้รับคนเดียว ผมยังสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน ให้ได้รับความรู้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


ค้นพบความสุขภายใน เริ่มต้นใหม่กับชีวิตที่ไม่ “ล้มละลาย”

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:35โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

เชษฐา สุขประเสริฐ

วิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ทำให้คนมากมายในบ้านเมืองของเรา ต้องพบกับความทุกข์ บางคนสูญสิ้นทรัพย์สินเงินทอง บางคนสูญเสียชีวิตครอบครัว เชษฐาเป็นหนึ่งในจำนวนผู้คนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ในวัย ๓๙ ปี เขาอยากรวยด้วยการกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนทำธุรกิจ

เมื่อฟองสบู่แตกอยู่ในภาวะล้มละลายจากปี พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตลำบากที่สุดในชีวิต สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ การได้มีโอกาสเข้ามาเป็นนักศึกษาของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต

“ผมเข้าศึกษาในสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นแต่ละวิชาที่อาจารย์นำมาจัดกระบวนการเรียนรู้นั้น จะเริ่มต้นด้วยการปรับวิธีคิด และมองย้อนเข้ามาภายในตัวตนเพื่อค้นหาความรู้ ความสามารถ และศักยภาพที่มีอยู่ เรียนรู้รากเหง้าของตนเอง พร้อมกันนั้นก็เรียนรู้ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรยั่งยืน สังคมและสิ่งแวดล้อมการอยู่ร่วมกันและการแก้ปัญหาชุมชน”

เชษฐาฟื้นฟูตนเองได้ใหม่จากการเรียน ม.ชีวิต เมื่อจบหลักสูตร เชษฐาได้เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่สกลนคร เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์เริ่มต้นชีวิตใหม่ (จากคนเคยล้มละลาย) แก่นักศึกษา


ผู้กล้าที่จะเปลี่ยน (สร้างแหล่งเรียนรู้)

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:26โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

ด.ต. กรกฤช  จันศรี

บัณฑิตศิลปศาสตร์ สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนหนองคาย จากนายตำรวจผู้ไม่กล้านำเสนอความคิดต่อผู้บังคับบัญชา เมื่อมาเรียนมหาวิทยาลัยชีวิต ก็พัฒนาสู่นักทำโครงงานด้วยความคิดใหม่ๆ ที่คิดค้นขึ้นเอง จนสามารถนำโครงงานที่เขียนไปปฏิบัติในชีวิตจริงได้ อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ ต่อชีวิตส่วนตัว ต่อครอบครัว และต่อชุมชน

ผลงานจากการเรียน ม.ชีวิต ที่สร้างชื่อจนเป็นที่ยอมรับในชุมชนคือ “โครงการลดความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นในชุมชน” และโครงงานสู่การวิจัย “เกษตรทฤษฎีใหม่ มะเดื่อฝรั่ง” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น ศูนย์เรียนรู้มหาวิทยาลัยชีวิตเมืองหนองคาย แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน มะเดื่อฝรั่ง ขณะนี้กำลังทดลองผลงานชิ้นใหม่คือ การสานเสื่อตะไคร้หอม เพื่อทำเสื่อรองนั่งไล่ยุง ออกเป็นผลิตภัณฑ์โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต

 เขาได้รับรางวัลเกียรติยศ หนึ่งเดียวของจังหวัดหนองคาย ที่ได้รับจากการคัดเลือกบุคคลทั่วประเทศ ในรางวัลต้นแบบคนดีของแผ่นดินประจำปี ๒๕๕๓ ที่จัดโดย หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก สื่อสิ่งพิมพ์ในเครือบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ดาบตำรวจ กรกฤช จันศรี ผู้ฝากประโยคให้แง่คิดเกี่ยวกับการเรียนไว้ว่า “เส้นทางการเรียน ม.ชีวิตสำหรับผมคือ เรียนฟรี มีเงินใช้ หนี้หมด”

เปลี่ยนผีพนัน คืนสู่ชีวิตปกติสุขในครอบครัว

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:21โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

อรนุช มัทซูนากะ


อรนุช มัทซูนากะ ก่อนเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชีวิต เคยตกเป็นทาสการพนันวนเวียนอยู่แต่ในบ่อนทั้งในจังหวัดและนอกจังหวัด ถึงขั้นที่เธอเรียกตนเองว่า “ผีพนัน”

เมื่ออรนุชเข้ามาเรียนก็เริ่มยืมเงินเพื่อนนักศึกษาหลายคนไปเล่นพนัน บางคนเป็นแสนบาท อรนุชเขียนเรียงความในวิชาภาษาไทยว่าเธอรู้สึกอับอายกับพฤติกรรมของตนเอง เมื่อตั้งสติได้ เธอจังตัดสินใจทำ “โครงงาน ลด ละ เลิกการพนันของข้าพเจ้า” ในวิชาการพัฒนาชีวิต

อรนุชไม่เพียงเปลี่ยนแต่ชีวิตของตนเองแต่ยังทำให้ครอบครัวกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ลูกของเธอดีใจที่แม่เรียนแล้วเลิกการพนัน มารดาของเธอก็ดีใจที่ได้ลูกสาวที่เลิกพนันได้อย่างเด็ดขาดกลับคืนมา

เมื่อเลิกเล่นพนัน อรนุชหันกลับทำนาทำสวนและทำหัตถกรรมเป็นอาชีพเสริมโดยการสนันสนุนของอาจารย์และเพื่อนนักศึกษา จนสามารถใช้หนี้และกลายเป็นผู้นำคนหนึ่งในท้องถิ่นเธอ ที่อำเภอสอง จ.แพร่


“นำความรู้ที่เรียนจาก ม. ชีวิต ไปพัฒนาตนเองและชุมชน จนได้เป็นกำนันแหนบทองคำอันดับหนึ่งของจังหวัด”

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:15โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

กำนันชาลี  แปลา


บัณฑิตรุ่นแรกของ ม.ชีวิต ศรป.ชัยภูมิ  หลังได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านในปี ๒๕๕๔ ผู้ใหญ่ชาลีก็เข้าเรียน ม.ชีวิต เพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง ไม่นานก็ได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลดงบัง อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ จากเกษตรกรที่พูดไม่เก่ง นำเสนอไม่ค่อยเป็น แต่เมื่อเรียนแล้วได้หลักคิดว่าการเป็นผู้นำต้องพัฒนาตนเองและปฏิบัติเป็นแบบอย่าง  จึงทำโครงงานลดต้นทุนทางการเกษตร ลด ละ เลิกการใช้สารเคมีในแปลงของตนเอง และเริ่มฝึกการเข้าสู่สังคมของผู้นำ จนได้รับเลือกเป็นประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านของอำเภอ และใช้ความรู้จากที่เรียนมาพัฒนาชุมชน เช่นในด้านการบูรณาการสุขภาพแบบองค์รวม ได้ทำโครงการ “งานโศกงานเศร้างดเหล้าไว้อาลัย”ในชุมชนของตนเอง มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบชัดเจน จนอำเภอประกาศเป็นนโยบายให้ทำโครงการอย่างที่ผู้ใหญ่ชาลีทำนี้ทั้งอำเภอ
เมื่อจบการศึกษาก็ยังคงร่วมกิจกรรมกับ ศรป.ชัยภูมิ โดยเข้าร่วมเรียนรู้เป็นครูฝายมีชีวิตกับคณะอาจารย์และผู้นำอื่นๆ ตลอดมา ร่วมกับชุมชนสร้างฝายมีชีวิตในลำน้ำเดียวกันหลายฝาย จนทำให้ในลำคลองมีน้ำตลอดทั้งปี กระทั่งได้จัดเป็นชุมชน ท่องเที่ยวแบบนวตวิถี “พายเรือชมคลอง ล่องเรือชมฝายมีชีวิต”  พื้นที่เกษตรกรรมไม่เคยขาดน้ำ

ในปีที่ผ่านมาอำเภอได้เสนอชื่อเข้ารับรางวัลกำนันดีเด่นระดับจังหวัด  กำนันชาลี แปลา ได้นำเสนอผลงานการพัฒนาชุมชน โดยเสนอโครงการเด่นคือ “การบริหารจัดการน้ำด้วยฝายมีชีวิต” ในพื้นที่ ส่งผลต่ออาชีพและความเป็นอยู่ของชุมชนชัดเจน จึงได้รับรางวัลกำนันแหนบทอง อันดับหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ  นับเป็นผู้ที่พัฒนาศักยภาพตนเองผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ ม.ชีวิต และนำสู่การพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง

เรียนแล้วเกิดปัญญา พัฒนาชุมชนเข้มแข็ง

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:09โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

สุเทพ  เพ็งอุดม

กำนันอ้วน กำนันตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สำเร็จการศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น กำนันเริ่มเข้าเรียนขณะที่กำลังปรับเปลี่ยนสวนผสมผสานแบบอัมพวาดั้งเดิมของตนให้เป็นแปลงปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ส้มโอ ลิ้นจี่ ตามอย่างเกษตรสมัยใหม่ที่ตนเข้าใจว่าทำแล้วรวย ต้นไม้ใหญ่ที่ปู่ย่าตายายปลูกไว้จึงทยอยถูกโค่นลง

การเรียนวิชาเกษตรกรรมยั่งยืน ทำให้กำนันอ้วนเกิดความเข้าใจใหม่ ยุติการตัดต้นไม้ขณะที่ตัดลงไปแล้ว ๔ ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด ๘ ไร่ แล้วรักษาส่วนที่ยังเหลือให้เป็นสวนผสมผสานอย่างเดิม ส่วนที่ตัดไปแล้วก็พยายามฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ และค่อยๆ ลดการใช้เคมีลง กำนันมักจะเล่าเรื่องความเสียใจของตนในการโค่นมะม่วงแก่คนที่ไปเยี่ยมอยู่เสมอ

“ถ้าผมได้เรียนมาก่อนหน้านี้ผมไม่ทำแน่นอน อายุเขา (ต้นมะม่วง) ร่วมร้อยปี ยิ่งนึกยิ่งเสียดาย ยิ่งพูดยิ่งเสียใจ” จากนี้กำนันอ้วนยังได้นำความรู้จากการเรียน ไปดำเนินการในหลายๆ ด้าน เช่น กิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” (ร่วมกันทำความสะอาดคลอง)

ตำบลเหมืองใหม่นับเป็นตำบลต้นแบบที่ “ช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้” ตัวกำนันอ้วนเองก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นกำนันยอดเยี่ยม (แหนบทองคำ) และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านสมุทรสงคราม

กำนันอ้วนกล่าวว่า “หากได้เรียนเร็วกว่านี้ชีวิตผมคงดีกว่านี้” ข้อเสียของโครงการมหาวิทยาลัยชีวิตในสายตาของกำนันอ้วนมีเพียงอย่างเดียวคือเปิดช้าไปหน่อย ทุกวันนี้กำนันอ้วนเป็นผู้ที่มีความสุขทั้งในชีวิตส่วนตัวและกับงานพัฒนา

กำนันพูดทิ้งท้ายว่า “ถึงผมไม่ร่ำรวย แต่ผมก็มีความสุข”


ความพิการไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป

โพสต์13 ธ.ค. 2561 20:06โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

แสวง  สัตย์รัมย์

ขณะกำลังเรียนคณะรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง “แสวง  สัตย์รัมย์” ดีใจที่จะได้แต่งงาน จึงไปดื่มสุราฉลองกับเพื่อน ขากลับเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้ง จนร่างกายท่อนล่างพิการ ไม่สามารถทำงานได้ ไม่มีรายได้ ท้อแท้หมดอาลัยตายอยากในชีวิตจนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย จนกระทั่งมีคนแนะนำให้แสวงรู้จักกับโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต ที่บอกว่า “เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเองเรียนแล้วช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้”

แสวงเข้าเรียน ม.ชีวิต ที่ศูนย์เรียนรู้ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางการเอาใจใส่และให้กำลังใจของเพื่อนนักศึกษา กระทั่งเรียนสำเร็จ กลายเป็นทรัพยากรบุคคลของตำบล

เป็นวิทยากรอบรมการใช้คอมพิวเตอร์ให้เด็กๆ เป็นผู้ดูแลศูนย์ไอซีทีของชุมชน เป็นวิทยากรอาสาของกระทรวงไอซีที เขารู้สึกหัวใจพองโตที่ได้ยินเด็กๆ เรียกเขาว่า “อาจารย์”

แสวง เชื่อมั่นว่าเขาเป็นคนพิการคนแรกของอำเภอโนนสุวรรณ ที่จบปริญญาตรี และตั้งใจที่จะทำตนให้เป็นแบบอย่างของการยกระดับชีวิตเพื่อไปให้พ้นจากคำว่า “คนพิการเป็นภาระของสังคม”

1-10 of 32