ผลงานนักศึกษา

สมคิด ทองรักษา นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์12 มี.ค. 2562 00:01โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นายสมคิด ทองรักษา
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช. ชุมพร ศรป.สุราษฏร์ธานี
โครงงานพัฒนาอาชีพผลิตภัณฑ์กาแฟออแกนิกส์ กาแฟคั่วหม้อดิน (Thongruksa clay pot coffee)

       สมคิด ทองรักษา หรือประธานวิสาหกิจชุมชนเก้าเกลอ ได้ดำเนินโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ชื่อโครงงานพัฒนาอาชีพผลิตภัณฑ์กาแฟออแกนิกส์ กาแฟคั่วหม้อดิน โดยมีความมุ่งหวังที่จะสร้างผลิตภัณฑ์กาแฟออแกนิกส์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองจำหน่าย สามารถกำหนดราคาได้ด้วยตนเองไม่ต้องพึ่งพาราคากลางจากตลาด ทำให้สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว

   

          นอกจากสมคิดฯ จะปลูกกาแฟออแกนิกส์ เพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพหลักแล้ว ยังมีการลดรายจ่ายให้กับครอบครัว โดยการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใช้เอง เช่น สบู่กาแฟออแกนิกส์ น้ำยาล้างจาน ถ่านชีวมวลจากกิ่งกาแฟที่ตัดทิ้ง มีการปลูกผักรอบบริเวณบ้าน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ เพื่อนำมาบริโภคและจำหน่ายเป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ มีการจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อให้ทราบรายรับ-รายจ่าย ทำให้การใช้จ่ายเงินเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ลดรายจ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น มีเงินเก็บออมมากขึ้น
   
   

นพโรจน์ ชัยวิเชียรฉัตร นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 21:45โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นายนพโรจน์ ชัยวิเชียรฉัตร
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.สุรินทร์ ศรป.ศรีสะเกษ
โครงงานการพัฒนาธุรกิจรับเหมาที่ต้องใช้เครื่องจักรของข้าพเจ้า

           นพโรจน์ ชัยวิเชียรฉัตร เป็นเจ้าของธุรกิจประเภทรับเหมาซ่อมแซมถนน และรับถมที่ดิน ใช้ชื่อกิจการว่า หจก. มนตรี รุ่งอรุณ ลักษณะงานของนพโรจน์ฯ เป็นการรับเหมาและให้เช่ารถแบ็คโฮ สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนประมาณเดือนละสองแสนบาท แต่เหลือเงินเพียงครึ่งเดียวเพราะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นจำนวนมาก และไม่มีเวลาเป็นของตนเองเลย

           ความคิดของนพโรจน์ฯ ในตอนแรกที่เข้าศึกษาต่อที่ ม.ชีวิต เพียงเพื่อต้องการให้มีคนรู้จักมากขึ้น เพื่อจะได้มีงานมากขึ้น แต่หลังจากที่มาเรียนทำให้เข้าใจหลักการของ ม.ชีวิต เริ่มรู้จักการวางแผน รู้จักตัวเองมากขึ้น นพโรจน์ฯ ได้ทำโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจของตนเองชื่อโครงงานการพัฒนาธุรกิจรับเหมาที่ต้องใช้เครื่องจักรของข้าพเจ้า โดยเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจเริ่มทยอยขายรถแบ็คโฮของตนเอง เก็บไว้เพียง 2 คัน เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็นการทำงานแบบเครือข่าย ใช้การติดต่อประสานงานเป็นหลัก โดยหากเป็นงานในพื้นที่ใกล้เคียงก็จะใช้รถของตนเองที่มีอยู่ แต่หากเป็นงานในพื้นที่ไกลๆ ก็จะประสานกับเครือข่าย โดยตนเองเป็นนายหน้ารับงาน เพื่อไม่ต้องรับภาระในส่วนของค่าซ่อมบำรุงรักษารถ และเริ่มเรียนรู้การทำงานผ่านโทรศัพท์ มีการโทรศัพท์ประสานงาน คุยงานผ่านไลน์ ถ่ายรูปหน้างานส่งให้กับลูกค้า ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มาก ผลที่ได้รับคือ มีเวลาให้กับตนเองและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ลดรายจ่ายค่าการดำเนินการได้ ทำให้ครอบครัวมีเงินออมเพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว

   
   
   

เบญจรงค์ ศรีบุรินทร์ นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 21:32โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นายเบญจรงค์ ศรีบุรินทร์

นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.เลย ศรป.อุดรธานี
โครงงานเลี้ยงกบและปลาในกระชังบกเพื่อเพิ่มรายได้ของข้าพเจ้า


       เบญจรงค์ ศรีบุรินทร์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว เบญจรงค์ฯ ยังมีความสนใจในเรื่องการเกษตร และชอบเป็นวิทยากรให้ความรู้กับชาวบ้าน เบญจรงค์ฯ เลือกทำโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ชื่อโครงงานเลี้ยงกบและปลาในกระชังเพื่อเพิ่มรายได้ของข้าพเจ้า โดยมีการศึกษาดูงานวิธีการเลี้ยงกบและปลาในสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ โดยเบญจรงค์ฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงของเขาเองด้วยการเลี้ยงในกระชังบกเพื่อเป็นการลดต้นทุน ซึ่งก็ได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ มีผลผลิตไว้บริโภคและจำหน่ายให้กับชาวบ้านในชุมชน และยังให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงกบและการเลี้ยงปลากับชาวบ้านที่สนใจ ทำให้มีคนในชุมชนเข้ามาศึกษาดูงาน และเลี้ยงกบเหมือนเบญจรงค์ฯ อีก 4 – 5 ครัวเรือน และคาดว่าจะมีผู้สนใจเลี้ยงตามเพิ่มขึ้นเนื่องจากเห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับ

       เบญจรงค์ฯ บอกว่าเดิมพื้นที่ที่ใช้ในการเลี้ยงกบและเลี้ยงปลานี้ ตนเองมองไม่เห็นประโยชน์ของพื้นที่ เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก จึงปล่อยให้เป็นที่รกร้าง แต่หลังจากที่มาเรียน ม.ชีวิต ก็รู้จักวิธีการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ รู้จักการวางแผน ทำให้สามารถสร้างรายได้จากพื้นที่เล็กๆ และยังสามารถนำความรู้ที่ได้ถ่ายทอดให้กับคนอื่นอีกด้วย

   
   


อนันต์ วงอุปรี นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 21:25โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นายอนันต์ วงอุปรี
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.บ้านแยง ศรป.พิษณุโลก
โครงงานการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเพื่อเพิ่มรายได้ของข้าพเจ้า

        อนันต์ วงอุปรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี ตำบลบ่อโพธิ์ อาชีพหลักเป็นเกษตรกรทำนาปลูกข้าว แต่เนื่องจากข้าวมีราคาตกต่ำ จึงคิดหาวิธีการสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว หลังจากเข้าศึกษาที่ ม.ชีวิต จึงเลือกทำโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ชื่อโครงงานการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินเพื่อเพิ่มรายได้ของข้าพเจ้า เนื่องจากในหมู่บ้านไม่มีผู้เลี้ยงปลานิล จึงคิดว่าน่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นอนันต์ฯ ยังปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ไว้บริโภคเองในครัวเรือนเพื่อเป็นการลดรายจ่ายและจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว หลังจากนั้นจึงนำความรู้ที่ได้สอนกับชาวบ้านทั้งเรื่องการเลี้ยงปลานิล และการปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ทำให้ชาวบ้านมีพืชผักและปลาไว้รับประทาน

   
   

         อนันต์ฯ ยังนำแผน 4 แผน ได้แก่ แผนการเงิน แผนอาชีพ แผนสุขภาพ และแผนจัดการเวลา มาปรับใช้กับชีวิตของตนเองและคนในครอบครัว ทำให้ครอบครัวมีความสุข มีความมั่นคงทางด้านการเงินเพิ่มมากขึ้น


ถนอมจิต บุตราช นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 21:20โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นางถนอมจิต บุตราช

นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

ศรช.สมุทรสงคราม ศรป.สมุทรสงคราม

โครงงานเพิ่มรายได้ผลผลิตส้มโอในพื้นที่สวน 3 ไร่



             คุณถนอมจิตฯ เป็นเกษตรกรทำสวนส้มโอต่อจากบิดามากว่า 20 ปี โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าและผลผลิตของส้มโอให้ดีขึ้น จึงเป็นนักเรียนรู้ในเรื่องการพัฒนาสวนส้มโออยู่เสมอ เมื่อได้มาศึกษาที่ ม.ชีวิต ได้รับการปลูกฝังแนวคิดเรื่องการสร้างนวัตกรรมจากการประกอบอาชีพบนพื้นที่น้อยๆ ได้ คุณถนอมจิตฯ จึงได้ทำการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และได้เริ่มทำโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ชื่อโครงงานเพิ่มรายได้ผลผลิตส้มโอในพื้นที่สวน 3 ไร่ โดยวิธีการต่างๆ ดังนี้

              1.  ตัดแต่งกิ่งส้มโอที่มีกาฝาก กิ่งที่แห้งในต้น และกิ่งกระโดงออกเพื่อให้ส้มโอแตกกิ่งออกมาให้พร้อมออกดอกและให้ผลผลิต
              2.  ขึ้นเลนเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากในดินเลนมีธาตุอาหารที่ทับถมอยู่ในคลองมาเป็นเวลานาน ส้มโอสามารถดูดไปใช้ได้เป็นการลดสารเคมีลงได้บางส่วน โดยจะทำการขึ้นเลน 2 ปีต่อครั้ง
             3.  จากการไปศึกษาดูงานที่อำเภอสามพราน ได้นำความรู้เรื่องระยะห่างในการปลูกส้มโอมาใช้ จึงได้ปลูกส้มโอแซมในสวนของตนเองซึ่งมีระยะห่างที่มากเกินไป เพิ่มอีกอีก 70 ต้น จากเดิมที่มีอยู่ 60 ต้น รวมเป็น 130 ต้น ซึ่งคาดว่าในอีก 2 ปี ส้มโอ 70 ต้นนี้จะเริ่มให้ผลผลิต
           4.  เพิ่มรายได้ให้กับผลผลิตโดยการทำผลส้มโอให้เป็นสีทอง โดยนำความรู้จากที่ไปศึกษาดูงานที่ประเทศไต้หวันมาใช้ โดยการนำกระดาษมาห่อผลส้มให้กลายเป็นสีทอง ซึ่งหากขายในช่วงเทศกาลตรุษจีนและสารทจีน จะทำให้ผลผลิตมีราคาสูงมากขึ้น และมีการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าโดยการนำผลผลิตส้มโอที่ตกเกรดหรือไม่ได้คุณภาพมาทำเป็นอาหาร เช่น ยำส้มโอ เชื่อม กวน หรือหยี ส่วนผลผลิตที่มีคุณภาพแต่ผิวไม่สวยก็จะนำมาแพ็คขายเป็นส้มโอพร้อมทาน
            5.  นอกจากนั้นยังมีการปลูกพืชผักสวนครัวแซมในสวน และเลี้ยงปลาในร่องสวน เพื่อบริโภคในครัวเรือน เป็นการลดรายจ่ายในครอบครัวอีกทางหนึ่ง

   
   

            นอกจากคุณถนอมจิตฯ จะนำความรู้มาพัฒนาให้ชีวิตตนเองดีขึ้นแล้ว ยังถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นโดยการเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการผลิตส้มโอ เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลบางสะแก เป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นรองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสงคราม และยังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ “ส้มโอทองแม่กลอง” เป็นการยกระดับราคาสินค้าโดยการเพิ่มมูลค่าส้มโอขาวใหญ่สมุทรสงคราม ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร

  

ไชยา ตรีสุวรรณ นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 21:11โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 11 มี.ค. 2562 21:13 ]

นายไชยา ตรีสุวรรณ
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.สมุทรสงคราม ศรป.สมุทรสงคราม
โครงงานลดภาระหนี้สินของ บจก. ทรีทราน (ประเทศไทย) จำนวน 80 ล้านบาท ให้หมดภายใน 3 ปี


        
คุณไชยาฯ เป็นเจ้าของกิจการบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก โดยใช้ชื่อบริษัทว่า บริษัท ทรีทราน (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มแรกบริษัทของคุณไชยาฯ ก็ประกอบกิจการได้ผลกำไรพอสมควร แต่ต้องประสบกับปัญหาทางธุรกิจ เนื่องจากเกิด ซึนามิ ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถส่งสินค้าอะไหล่รถยนต์บางรายการเข้ามาในประเทศไทยได้ ต่อมา ปี พ.ศ. 2554 เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย
ทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการได้ ต่อจากนั้นประเทศก็เกิดปัญหาจากการประท้วงจากการเมือง ทำให้บริษัทเสียหายเป็นอย่างมากขาดสภาพคล่องทางการเงินเป็นหนี้ค่าผ่อนรถ เงินกู้ธนาคาร เงินกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ และเงินกู้ยืมจากญาติ ทำให้เป็นหนี้สะสมกว่า 80 ล้านบาท จนถึงปี พ.ศ. 2558 คุณไชยาฯ ได้เข้ามาสมัครเรียนที่ ม.ชีวิต โดยคำแนะนำของเพื่อนๆ สมัยเรียน ปวช. เมื่อมาเรียนที่ ม.ชีวิต ในภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ม.ชีวิต มุ่งให้กระบวนการคิด การปฏิบัติ เพื่อการมีแผนด้านการเงิน ด้านอาชีพ ทำให้คุณไชยาฯ ได้ปรับวิธีคิดในการทำธุรกิจโดยได้จัดทำแผนการพัฒนาด้านธุรกิจและการเงิน และนำแผนไปสู่การปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ดังนี้

 
       1.  สรุปมูลหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมด (87,745,252.16 บาท) จัดประชุมทีมงานวิเคราะห์มูลหนี้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร หามูลหนี้ที่เกิดขึ้น ดอกเบี้ย เบี้ยปรับที่เกิดขึ้น ระยะเวลาคงเหลือของการชำระหนี้ สรุปเจ้าหนี้ทั้งหมดว่ามีที่ใดบ้าง จำนวนเท่าไร และแต่ละรายมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
           2.  วิเคราะห์รายรับ-รายจ่ายทั้งหมดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – 2558
           3.  รับผู้บริหารมืออาชีพที่มีความชำนาญทางด้านบัญชี
           4.  จัดประชุมชี้แจงรายละเอียดความเป็นมาของบริษัทฯ ให้ผู้บริหารใหม่เข้าใจระบบงานของบริษัท
           5.  จัดขอมาตรฐานการขนส่ง Q-MARK, ขอระบบคุณภาพ ISO 9002,
           6.  จัดหาทีมช่างใหม่เพิ่มเติม โดยได้เทคโอเวอร์อู่ซ่อมรถได้ 1 แห่ง และได้ช่างมาเพิ่ม 4 คน
           7.  ทำการรีวิวโปรแกรมการทำงานของบริษัทใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดกระบวนการ


           จากการนำความรู้ที่ได้จาก ม.ชีวิต และการดำเนินงานพัฒนาธุรกิจตามโครงงานตลอดระยะเวลา 3 ปี ที ทำให้คุณไชยาฯ สามารถลดหนี้สินลดลงอย่างเห็นได้ชัดจาก 87 ล้าน เหลือประมาณ 10 ล้าน ซึ่งหนี้สินส่วนที่เหลือก็มีแนวโน้มที่จะหมดในไม่ช้า

ธราเทพ ปันทวัน นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 21:03โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 11 มี.ค. 2562 21:04 ]

นายธราเทพ ปันทวัน

นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.ลำปาง ศรป.เชียงใหม่
โครงงานธนาคารต้นไม้เพื่อความมั่นคงของครอบครัวข้าพเจ้า

               ธราเทพ ปันทวัน เป็นชาวกะเหรี่ยงโปว์ ที่ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น จึงตัดสินใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีกับสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ก่อนหน้าที่ธราเทพฯ จะเข้าศึกษากับ ม.ชีวิต ได้ใช้หลักคิดที่ว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดเป็นตัวตั้ง ซึ่งในความคิดของธราเทพฯ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด หมายถึงการใช้ชีวิต แก้ปัญหาชีวิตไปเป็นวันๆ แต่หลังจากที่เข้าศึกษาที่ ม.ชีวิต เขาก็เข้าใจใหม่ว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่วันนี้เพียงวันเดียว แต่ต้องมีการวางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้าเพื่อให้วันนี้ในทุกๆ วันของเขาเป็นวันที่ดีที่สุด

                ธราเทพฯ เริ่มมีการวางแผนรายรับ-รายจ่าย จัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อออมเงินไว้สำหรับการศึกษาของตนเองและบุตร เขามีส่วนร่วมเป็นรองประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อเป็นการกระตุ้นการออมเงินของตนเอง

                นอกจากนั้น ธราเทพฯ ยังเป็นผู้นำชุมชนดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลลี้ จังหวัดลำพูน ได้ประสานขอความร่วมมือจากบริษัทเอกชน (บมจ.บ้านปู) เพื่อขอพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ ทำเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นแหล่งอาหารของชุมชน มีการปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก-ปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ตามศาสตร์ของพระราชา ทำให้สามารถสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับคนในชุมชนประมาณ 50 – 60 ครัวเรือน


                ส่วนการทำโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ธราเทพฯ ได้จัดทำโครงงานชื่อธนาคารต้นไม้เพื่อความมั่นคงของครอบครัวข้าพเจ้า เนื่องจากเขาต้องการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว โดยในพื้นที่ 4 ไร่ 2 งาน เขาได้ทำการแบ่งพื้นที่เพาะปลูกออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) ไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้เต็งรัง ไม้สัก เพื่อเก็บไว้เป็นเงินออมในอนาคต 2) ไม้ผล เช่น มะม่วง ลำไย มะขาม น้อยหน่า เพื่อไว้บริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้ให้กับครอบครัว 3) พืชผักสวนครัว เช่น คะน้า กวางตุ้ง โหระพา เพื่อไว้บริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้ให้กับครอบครัว นอกจากนั้นเขายังแบ่งพื้นที่อีกส่วนหนึ่งขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกและเลี้ยงปลา เพื่อไว้บริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง

   
   
      
        

อนันต์ จันทร์หล้า นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 20:51โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นายอนันต์ จันทร์หล้า
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.ดอยสะเก็ด ศรป.เชียงใหม่
โครงงานพัฒนาธุรกิจร้านโจโจ้หมูสดของข้าพเจ้า

               อนันต์ จันทร์หล้า เดิมประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริษัท และทำธุรกิจขายตรง มีการเปลี่ยนงานบ่อย เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เคยทำงานทั้งที่ในจังหวัดเชียงใหม่และในกรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านขายหมูในตลาดนัด ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ได้รายได้ไม่มากนัก หลังจากนั้นได้มีคนชักชวนให้เข้ามาเรียนต่อที่ ม.ชีวิต ก็จึงตัดสินใจมาเรียนต่อโดยบอกว่าในตอนแรกยังไม่เข้าใจวิธีการเรียนของ ม.ชีวิต แต่หลังจากเรียนได้สักระยะก็เข้าใจหลักการของ ม.ชีวิต และได้นำชีวิตของตนเองคือธุรกิจการขายหมูที่ตนเองทำอยู่มาทำเป็นโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ชื่อโครงงานพัฒนาธุรกิจร้านโจโจ้หมูสดของข้าพเจ้า

             อนันต์ฯ เล่าว่าหลังจากที่เข้าใจหลักการของ ม.ชีวิต ทำให้เป็นคนมีวิสัยทัศน์มากขึ้น จากในตอนแรกที่เปิดร้านขายหมูตามตลาดนัด มีรายได้ไม่มากนัก ก็เริ่มรู้จักคนมากขึ้น รู้จักช่องทางการตลาด จึงตัดสินใจเปิดร้านขายหมูแบบเปิดเป็นร้านติดแอร์ให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้า ซึ่งก็ขายดีกว่าการขายตามตลาดนัดมาก หลังจากที่ร้านแรกประสบความสำเร็จ อนันต์ฯ ก็เปิดสาขาที่ 2 ให้กับพ่อของตนเอง และอีกไม่นานก็เปิดสาขาที่ 3 ร่วมกับญาติ อนันต์ฯ ไม่เพียงแค่ขายเนื้อหมูสดเพียงอย่างเดียว ยังมีการเพิ่มสินค้าอื่นเข้าไปในร้านเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริม เช่น ไข่เป็ด-ไข่ไก่ อาหารแห้ง เครื่องปรุงรส และยังมีการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของตนเอง เช่น นำหนังหมูไปทำเป็นแค็บหมู นำเนื้อหมูมาตากแห้งเป็นหมูแดดเดียว ปัจจุบันยังเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับตนเอง โดยเปิดร้านหมูกะทะ เพื่อเป็นการระบายสินค้าอีกด้วย

   
   
   

จิรวรรณ อ่องสำริด นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 02:27โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 11 มี.ค. 2562 20:53 ]

นางจิรวรรณ อ่องสำริด
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.บ้านกล้วย ศรป.สุโขทัย
โครงงานเกษตรทฤษฏีใหม่เพิ่มรายได้ลดรายจ่ายของครอบครัวข้าพเจ้า

             จิรวรรณ อ่องสำริด ได้เลือกทำโครงงานอันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียน ชื่อโครงงานเกษตรทฤษฏีใหม่เพิ่มรายได้ลดรายจ่ายของครอบครัวข้าพเจ้า ในพื้นที่ 2 ไร่ จิวรรณฯ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 ปลูกพืช ได้แก่ มะพร้าว, มะม่วง, ฝรั่ง, มะปราง, ขนุน ส่วนที่ 2 เลี้ยงสัตว์ ได้แก่ ไก่แจ้, ไก่ดำญี่ปุ่น, ไก่ชน, ห่าน ส่วนที่ 3 ทำประมง เลี้ยงปลาตะเพียน, ปลานิล, หอยขม, ปลาขแยง นอกจากนั้นในพื้นที่ว่างเปล่ายังมีการปลูกพืชผักสวนครัวแซมโดยรอบ

              จิรวรรณฯ ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำความรู้ความสามารถที่ตนเองได้รับจากการศึกษาเรียนรู้ที่ ม.ชีวิต ไปถ่ายทอดให้กับคนในชุมชนด้วยการเป็นวิทยากรให้ความรู้ในหลายๆ เรื่อง เช่น การทำปุ๋ยยูเรียน้ำและจุลินทรีย์หน่อกล้วย, พลังงานทดแทน (การใช้แผงโซล่าเซลล์), การทำเกษตรทฤษฏีใหม่, เกษตรชีวภาพ นอกจากนั้นจิรวรรณฯ ยังปรับเปลี่ยนวิธีการทำนา ทำให้ได้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยไร่ละ 90 – 95 ถัง ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

               จากการที่จิรวรรณฯ เข้าไปช่วยเหลือให้ความรู้กับชาวบ้านในชุมชน ทำให้ได้รับตำแหน่งต่างๆ ทางสังคมมากมาย เช่น ประธาน อสม.ตำบลทับผึ้ง, รองประธานสภาวัฒนธรรมศูนย์เฉลิมราชวัด
ราษฏร์ศรัทธาราม, เลขานุการกองทุนหมู่บ้าน หมู่ 9 บ้านเตว็ดนอก ฯลฯ

   
   
   

ขวัญใจ สุขสวัสดิ์ นักศึกษาดีเด่น ปี 2560

โพสต์11 มี.ค. 2562 02:20โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 11 มี.ค. 2562 20:56 ]

นางขวัญใจ สุขสวัสดิ์
นักศึกษาสาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ศรช.ท่าข้าม ศรป.สงขลา
โครงงานสืบสานภูมิปัญญาพัฒนาสมุนไพรไทย

        ขวัญใจ สุขสวัสดิ์ ได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องหมอพื้นบ้านและการนวดแผนไทยจาก ปู่ ย่า ตา ยาย จึงได้ใช้ความรู้ในเรื่องนี้ช่วยรักษาอาการเจ็บไข้ให้กับชาวบ้านในชุมชน และผู้ที่สนใจ โดยขวัญใจฯ มีความคิดว่าพืชสมุนไพรที่นำมาใช้บางอย่างอาจปนเปื้อนสารเคมี และเกิดผลเสียกับผู้ที่มารักษา เธอจึงเริ่มปลูกพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ขึ้นเอง แบบปลอดสารพิษเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของยาที่เธอผลิตขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่มารักษาจะปลอดภัย 100%


       หลังจากที่ขวัญใจฯ ได้เข้ามาศึกษาที่ ม.ชีวิต ได้มีการพัฒนาตัวเองอย่างเห็นได้ชัด เธอได้รับรางวัลอาสาสมัครสาธารณะสุขดีเด่น สาขาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ของจังหวัดสงขลา และยังเรียนจบแพทย์แผนไทย ไปพร้อมๆ กับการเรียนที่ ม.ชีวิต อีกด้วย

       ขวัญใจฯ มีความมุ่งหวังที่จะจัดตั้งธนาคารพันธุ์พืชสมุนไพรไร้สารเคมี เพื่อให้สังคมเห็นคุณค่าของพืชสมุนไพรไทย ให้รู้จักวิธีการปลูกและประโยชน์ของพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ในเรื่องการรักษาสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย

 
 

1-10 of 42