ผลงานนักศึกษา

อุทัย ประทีป นักศึกษาดีเด่น ศรป.อุดรธานี

โพสต์8 พ.ค. 2561 19:53โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


อุทัย ประทีป เริ่มทำโครงงานเทอมที่ 3 ของปีที่ 1 เริ่มที่การทำเกษตรปลอดสารพืชผักสวนครัว เป็นการทดลองดิน เพราะดินเป็นดินปนทราย ดินเหนียว บางแปลงเป็นดินเค็ม ต่อจากนั้นก็มาเริ่มปลูกไม้ยืนต้น เช่น ไม้สักทอง ไม้ยางนา ไม้พยุง ไม้ประดู่ ไม้แดง และไผ่ ฯลฯ พื้นที่ลุ่มก็ทำนาข้าวและได้เข้าอบรมคนกล้าคืนถิ่น จึงได้มาทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย พร้อมกับเผาถ่าน ได้น้ำส้มควันไม้ ในเวลาเดียวกัน การบรรลุเป้าหมายชีวิตของอุทัยฯ คือ ได้มีกิน มีใช้ และขาย แต่ที่สำคัญคือครอบครัวของอุทัยฯ ลูกชายที่ไม่เคยสนใจมาช่วยงานในโครงงาน แต่บัดนี้ลูกชายของเขาได้หันกลับมาช่วยงานอย่างจริงจัง ทำให้ครอบครัวของเขามีความสุข นี่คือการบรรลุเป้าหมายชีวิตของอุทัยฯ และจำดำเนินต่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้อีก คือ ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานในอนาคตต่อไป

 


การเปลี่ยนแปลงใน ม.ชีวิต

              ปีที่ 1 อาชีพของอุทัยฯ ยังดำเนินเหมือนเดิม คือจัดรายการวิทยุ และทำกู้ชีพ-กู้ภัย พร้อมกับทำโครงงานเกษตรผสมผสานเพื่อเป็นอาชีพที่มั่นคงของครอบครัว รายได้ก็คงที่ การออมก็อยู่กับสวัสดิการกองทุนเหมือนเดิม แต่รายได้เสริม คือ ขายพริก มะเขือ ผักปลอดสาร ที่ข้าพเจ้าได้ปลูกในโครงงาน เป็นรายได้ที่ภรรยาของอุทัยฯ มีความภูมิใจมาก เพราะภรรยาของอุทัยฯ ไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน

              ปีที่ 2 การออมมากขึ้น คือ ได้ทำประกันชีวิตให้กับตัวเองและภรรยา การออมที่จะมีใช้ในอนาคต อาชีพยังคงที่มีได้มาเหมือนเดิม ส่วนการขายผลผลิตในโครงงาน คือ น้ำส้มควันไม้ และถ่านที่ผลิตไม่ทันขายรายได้ก็ยังมีเรื่อยๆ แต่ยังไม่เป็นกอบเป็นกำ

              ปีที่ 3 สุขภาพดีเท่าเดิม เพราะออกกำลังกายเวลาทำงานในโครงงานอย่างสม่ำเสมอ เงินออมก็ปกติแผนชีวิตยังมีต่อเนื่อง เช่น ได้ให้ความรู้กับชุมชนเกี่ยวกับการใช้สารเคมี เลิกใช้เคมีมาใช้จุลินทรีย์ชีวภาพแทน ฯลฯ และรายได้มาจากการทำของใช้ในครัวเรือน จากภรรยา ปัจจุบันอุทัยฯ ได้ขยายเครือข่ายในชุมชน โครงงานสร้างทุนให้กับบุคคลที่สนใจเข้ามาศึกษากับอุทัยฯ เป็นจำนวนมาก

ผลงานดีเด่น

              -    เป็นคณะกรรมการผู้ประสานงาน สปสช. และคณะกรรมการพิจารณาโครงการของสำนักงานเทศบาลตำบลกุดจับ

              -    เป็นเลขานุการฌาปนกิจสงเคราะห์ 6 ชุมชน ของตำบลเมืองเพีย เกี่ยวกับงานเอกสาร

              -    เป็นประธานชุมชนบ้านดงหมากหลอด หมู่ 3 ประสานงานกับเทศบาลตำบลกุดจับให้ชุมชน

              -    เป็นนายทะเบียนกองทุนสวัสดิการวันละ 1 บาท

              -    เป็นประธานวีอาร์กู้ภัยกุดจับธรรมกุศล อำเภอกุดจับ

 

สุชาติ เรืองชัยเสรีพงษ์ นักศึกษาดีเด่น ศรป.นครสวรรค์

โพสต์8 พ.ค. 2561 19:46โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 8 พ.ค. 2561 19:47 ]


สุชาติ เรืองชัยเสรีพงษ์ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รับจ้างก่อสร้างถนน ตำแหน่งทางสังคมได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) เป็นผู้มีจิตอาสาชอบช่วยเหลือผู้อื่น เช่น ซ่อมแซมถนนที่สึกหรอ เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้ชาวบ้านสามารถสัญจรไปมาด้วยความสะดวกและปลอดภัย






ระหว่างที่เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยชีวิต สุชาติฯ เลือกทำโครงงานก่อสร้างถนนเพื่อการเกษตรและการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน หมู่ที่ 7 วนเกษตรโกรกพระ โดยสุชาติฯ กล่าวว่าตนเองได้ช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพก่อสร้างมาตั้งแต่เด็กทำให้มีความชำนาญในด้านนี้ และตนเองก็รักในงานที่ตนเองทำอยู่ ประกอบกับปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สจ. จึงต้องการที่จะพัฒนาบ้านเกิดเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพ และมีรายได้ จึงร่วมกับเพื่อนนักศึกษา อาจารย์ และชาวบ้านร่วมกันพัฒนาให้พื้นที่รกร้างว่างเปล่า ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพราะสภาพที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวหลาย ทั้งลักษณะของพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ มีวิวภูเขา และไม่ไกลจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการจัดงานประเพณีแข่งเรือยาว และงานเสด็จประพาสต้น และต้องการสร้างจิตสำนึกด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับผู้คนให้รู้จักการท่องเที่ยวแบบเชิงนิเวศ เพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาบ้านเมืองในอีกมิติหนึ่ง


 

สุชัญญ์ญา กะสังข์ นักศึกษาดีเด่น ศรป.มหาสารคาม

โพสต์8 พ.ค. 2561 19:39โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 8 พ.ค. 2561 19:40 ]


สุชัญญา กระสังข์ เดิมทีมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าประจำห้อง VIP ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถึงแม้ว่าการทำงานในตำแหน่งดังกล่าวจะทำให้เธอมีหน้ามีตาเป็นที่รู้จักของผู้คนในสังคม แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า เธอจะมีความสุขในงานที่เธอทำ มีอยู่วันหนึ่ง วันที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ เธอได้รู้จักกับคุณลุงสำลี ชาคำมูล ผู้ปลูกผักหวานป่าที่จังหวัดสระบุรี และท่านยังเป็นปราชญ์ชาวบ้านอีกด้วย สุชัญญ์ญาได้ใช้เวลาในการเรียนรู้การปลูกผักหวานทุกขั้นตอนเป็นเวลากว่า ๒ ปี จากนั้นจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง เธอได้กลับมาอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ได้ริเริ่มปลูกผักหวานป่าตามที่คุณลุงสำลีฯ ได้ให้ความรู้เธอมาทุกขั้นตอน ดูแลอย่างเอาใจใส่ อย่างมีความหวัง ในที่สุดผักหวานป่าที่ใช้เวลาในการปลูกเป็นเวลา ๒ ปี ก็เริ่มออกผลผลิตให้ได้เก็บเกี่ยวในปีที่ ๓ ถึงแม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนักในปีแรกๆ แต่ก็เป็นความสุขและความภูมิใจในการทำงาน เธอได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริง ได้รู้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ หลังจากนั้นในปี ๒๕๕๗ เธอได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยได้นำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาไปปรับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงงานอาชีพของตนเอง ซึ่งได้นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับการปลูกผักหวาน ที่นับว่าเป็นพืชที่ปลูกยากในพื้นที่ดินทราย แต่ด้วยการไผ่รู้ไผ่เรียนประกอบกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอาชีพการงานของตนเอง ทำให้สามารถปลูกได้ประสบความสำเร็จในพื้นที่ ๔ ไร่เศษ สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้มีรายได้ดี และยังสามารถพัฒนาเพาะต้นกล้าผักหวาน รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานของนักศึกษา ม.ชีวิต และบุคคลทั่วไปทั้งในจังหวัดมหาสารคาม และต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งนับว่าเป็นนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการศึกษาและพัฒนาอาชีพการงานของตนเอง





 

สรศักย์ อังคุณานุวัติ นักศึกษาดีเด่น ศรป.ชัยภูมิ

โพสต์8 พ.ค. 2561 19:30โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 8 พ.ค. 2561 19:33 ]


นายสรศักย์  อังคุณานุวัติ ก่อนที่จะเข้ามาศึกษาที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนแห่งนี้ นายสรศักย์ฯ ดำรงตำแหน่งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และดูแลป้าที่ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้าน ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการดูแลป้า และหลังจากเข้ารับการศึกษาที่สถาบันแห่งนี้ สิ่งที่ได้คือการพัฒนาแนวคิดต่างๆ ในการดำเนินชีวิต โดยใช้แผน 4 แผน เป็นหลัก และที่สำคัญได้มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ นั่นคือ การทำโครงงานพัฒนาอาชีพ 3 ปี “โครงงานการทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสานเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวของข้าพเจ้าโดยการน้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาเป็นต้นแบบในการดำเนินโครงงาน และพัฒนามาเป็นอาชีพในปัจจุบัน








ผลงานเด่น

 -  การปลูกกล้วยให้มีขนาดใหญ่

-  มีการพัฒนาและต่อยอดโครงงานอยู่ตลอดเวลา โดยการนำภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาใช้

-  มีการทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสานอย่างต่อเนื่อง

-  มีการแปรรูปอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่า ได้แก่ การทำไข่เค็ม กล้วยทับ


 

สมพงษ์ อ้นชาวนา นักศึกษาดีเด่น ศรป.สุโขทัย

โพสต์6 พ.ค. 2561 20:39โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

นายสมพงษ์ อ้นชาวนา อดีตเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นกำนันบ้านบางกระน้อย ผู้นำท้องถิ่นที่ยึดตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และได้ให้นโยบายหมู่บ้านว่าอยู่เย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืนได้ โดยนำแนววิถีชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มีวิถีชีวิตพอเพียง ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ประหยัด ไม่ฟุ้งเฟื้อ ฟุ่มเฟือย ยึดถือทางสายกลาง รู้จักพอ พอดี พอประมาณ และพอใจ มีความเตตา เอื้ออาทรต่อกัน ร่วมมือและช่วยเหลือกัน ไม่เบียดเบียนกันไม่มุ่งร้ายทำลายกัน ประกอบสัมมาอาชีพด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ สุจริต ใฝ่หาความรู้ เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้สามารถพึ่งตนเองได้ให้พ้นจากความยากจน ให้สามารถพออยู่พอกิน ไม่เดือดร้อน ไม่ตกเป็นทาสของอบายมุข วัตถุนิยม และบริโภคนิยม

นายสงพงษ์ อ้นชาวนา เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่ายเกษตรกรผู้พลิกแนวคิดชีวิตของตัวเองเป็นแบบอย่างให้กับชุมชน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรต้นแบบทำนาข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ เลี้ยงวัวปลดหนี้ เลี้ยงปลาแบบพอเพียง เลี้ยงกบ แบบพอเพียง กล้วยตาก ทำน้ำส้มควันไม้  ป้องกันแมลง ปลูกกล้วย ปลูกผักสวนครัว  โรงสีข้าวแบบพอเพียง ทำปุ๋ยหมักอัดเม็ด ทำนาลดปุ๋ยลดยา เก็บข้าวไว้สีกินเอง เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่องแนวทางการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้การดำเนินวิถีชีวิตแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระดับอำเภอ ศึกษาและนำความรู้มาขยายผลเผยแพร่ให้กับประชาชน (ลูกบ้าน) ๑๐๔ ครัวเรือน ได้เข้าใจและทำตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงกันเป็นจำนวนมาก จนได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดพิษณุโลก ในลำดับที่ ๑ ให้เป็น “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุข” ประจำปี ๒๕๕๐

นายสมพงษ์ อ้นชาวนา เคยเป็นหนี้ถึง ๖๐๐,๐๐๐ บาท เหตุเพราะเกิดน้ำท่วมที่นาและตามมาด้วยภัยแล้งตลอดปี เกิดปัญหาเพลี้ยกระโดด ทำให้ขาดรายได้ จนต้องกู้เงินมาใช้จ่ายทำให้เป็นหนี้สินพอกพูนจนในที่สุดต้องกู้เงินนอกระบบ ความรู้สึกของคนเป็นหนี้คือไม่มีชีวิตเป็นของตนเอง ต่อมาได้ติดสินใจเข้าอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แล้วนำความรู้มาลงมือปฏิบัติ คือ ทำการเกษตร เลี้ยงวัว กบ ปลา ไก่ หมักฮอร์โมน ทำน้ำหมักชีวภาพ ทำปุ๋ยเม็ดจากขี้วัว และปลูกเห็ด ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจทำให้นายสมพงษ์ ใช้ระยะเวลาเพียง ๒ ปี ในการปลดหนี้สินตนเองจนหมดสิ้น

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

-    รางวัลหมู่บ้านเขียวขจี จากมูลนิธิราชพฤกษ์ ปี ๒๕๕๐  

-    รางวัลผู้นำชุมชนดำเนินวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบดีเด่นระดับเขต ปี ๒๕๕๐          

-    รางวัลแผนชุมชนยอดเยี่ยม ลำดับ ๒ ในระดับเขต จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๕๑  

-    รางวัลผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม “แหนบทองคำ” จากกรมการปกครอง ปี ๒๕๕๑        

-    ได้รับฉันทามติยอมรับจากผู้ใหญ่บ้าน ๑๒ หมู่บ้านให้ดำรงตำแหน่ง “กำนันตำบลนครป่าหมาก” โดยไม่ต้องมีการเลือกตั้งแข่งขัน ปี ๒๕๕๑      

-    เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี ๒๕๕๒  

-    รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข ลำดับที่ ๑ จากจังหวัดพิษณุโลก พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

-    รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ ๔ ระดับประเทศ ของ สนง. ศพช. เขต ๖ และ สนง. มูลนิธิชัยพัฒนาฯ

-    ผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ลดภาวะโลกร้อนจากการผลิตปุ๋ยจากมูลสัตว์ เปลือกกล้วยที่เน่าเสียและย่อยสลาย

-    จัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครเยาวชน TO BE NUMBER ONE แก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชน สังคม ได้รับการพัฒนาจนได้รับการพิจารณาผลงานเป็นที่ ๒ ระดับภาคเหนือ


ลำยอง สอนโต นักศึกษาดีเด่น ศรป.สุโขทัย

โพสต์6 พ.ค. 2561 20:35โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงระหว่างเรียน ม.ชีวิต

ปี พ.ศ. 2525-2529 เคยไปทำงานประเทศซาอุดิอาระเบีย ในตอนนั้นมีค่าใช้จ่ายทำเรื่องในการเดินทางไป  30,000 บาท โดยผ่านกระทรวงแรงงาน และกระทรวงต่างประเทศ ไปทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัท เบส เป็นบริษัทของประเทศใต้หวั่น ในตำแหน่งกรรมกร ได้รับเงินเดือน 8,000 บาท/เดือน ได้ทำงานนาน 4 ปี สามารถเก็บเงิน สร้างบ้าน ซื้อวัวเลี้ยง ซื้อมอเตอร์ไซต์ และใช้หนี้สินได้

ปี พ.ศ. 2530-2537 ได้เข้าทำงานที่ บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุโขทัย
ในตำแหน่งพนักงานขาย และผู้จัดการหน่วยเกี่ยวกับการขายตรง เครื่องใช้ไฟฟ้า มีรายได้จากค่าขายต่อชิ้น และ ค่าเงินเดือน ในแต่ละเดือนจะได้มากหรือน้อย อยู่ที่ผลของการขายสินค้าและเก็บเงินค่าสินค้า รายได้ต่อเดือนไม่คงที่ แต่ที่ได้คือความรู้ที่บริษัทฯ อบรมหลักสูตรการขายสินค้า และหลักการบริการต่างๆ
ที่เกี่ยวกับเรื่องการขายและการทำบัญชี

ปี พ.ศ. 2538-2539 ได้เข้าทำงานที่ บริษัท พานาเชน จำกัด สาขาสุโขทัย เกี่ยวกับการบริหารการขายเครื่องใช้ไฟฟ้า อยู่ในตำแหน่งผู้จัดการสาขา และผู้จัดการเขต มีรายได้จากเงินเดือน และค่าบริหารการขายรายได้แต่ละเดือนมากน้อย ไม่เท่ากันอยู่ที่ผลการขายแต่ละเดือน แต่ที่ได้คือความรู้ และประสบการณ์ในเรื่องการบริหารคนในองค์กร และการตลาดการขายที่บริษัทฯจัดอบรมสัมมนา ทุกๆ 1 เดือน ต้องมีการประชุมอบรมให้ความรู้เรื่องการขาย และการบัญชีให้ได้ตามเป้าหมาย ที่บริษัทจัดทำและกำหนดไว้

ปี พ.ศ. 2539-2541 เคยตั้งบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดธุรกิจเองเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยการรับมาขายไป ขายทั้งเงินสด และขายผ่อนแต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะเศรษฐกิจตกต่ำ เมื่อปี 2540 เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกทำให้ขาดทุน และเป็นหนี้ธนาคารต้องทำงานใช้หนี้อยู่หลายปีก่อน จะใช้หนี้หมด

ปี พ.ศ. 2542-2560 (ปัจจุบัน) ข้าพเจ้า ได้คิดค้นการทำเครื่องสีข้าวกล้องขนาดเล็ก ด้วยการ สร้าง และทดสอบแก้ไขเป็นที่สำเร็จ และทำเป็นอาชีพจำหน่ายตามชุมชนและต่างจังหวัด จนเป็นที่ยอมรับของชุมชนต่างๆ และระหว่างการทำงานก็คิดอยากศึกษาต่อ เพราะข้าพเจ้าจบการศึกษาแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


หลังจากนั้นจึงเข้ามาศึกษาต่อที่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.คีรีมาศ จ. สุโขทัย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยการชักชวนของคณะครู กศน. ในพื้นที่ อ.คีรีมาศ โดยเอาอาชีพที่ทำอยู่ไปเทียบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนจบ และได้สมัครเรียนต่อปริญญาตรี ที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน โดยการชักชวนจากคณะ ครู กศน. และก็เรียนตั้งแต่ปี 2557- 2560 เป็นที่จบการศึกษาจากสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน คณะศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการพัฒนาท้องถิ่น


การมาเรียนสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ทำให้รู้จักเพื่อนนักศึกษาที่มาเรียนรุ่นเดียวกันหลายท่านมีทั้งหญิงและชาย และนักศึกษารุ่นที่มาเรียนอยู่ก่อนหน้า และทำให้รู้จักคณะครูอาจารย์ผู้สอนวิชา
ทำให้ได้รับความรู้ และรู้จักตัวเราเองมากขึ้น ทั้งในส่วนดีและส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และยังได้รับความรู้ในเรื่องขบวนทัศน์ วิธีบริหารระบบการคิดและการทำแผนการงานต่างๆ ทำให้ตัวเรามีความรู้ในวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น คือการนำความรู้ไปพัฒนาตัวเรา และครอบครัวของเราและชุมชน หมู่บ้าน ที่เราอยู่อาศัยให้มีความสุข คือการอยู่ดีกินดี และมีสุขภาพที่ดี และมีความสุขโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ข้าพเจ้ามีความรู้ในการคำนวณ การวางแผน และการปฏิบัติงาน ในเรื่องการพัฒนาสิ่งไหนที่ควรทำก่อน สิ่งไหนที่ทำที่หลัง และต้องนำข้อมูลจากส่วนต่างๆ มารวบรวมและกำหนดการวางแผนชีวิต แผนอาชีพ แผนการเงิน แผนสุขภาพ แผนการศึกษาและแผนอนาคต เพื่อนำครอบครัวไปสู่ ความยั่งยืนและมีความสุข การจัดทำแผนแต่ละครั้งข้าพเจ้าต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุม ปรึกษาหาลือ และแสดงความคิดเห็น ในเรื่องต่างๆ  และจัดทำแผน โดยการจดบันทึกและนำแผนไปปฏิบัติ ให้เป็นผลสำเร็จโดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่มีความสำคัญ ในเรื่องที่ต้องทำงาน ร่วมกันทั้งปัจจุบันและในอนาคต รวมจนเกิดเป็นความรู้สะสมที่เรียนมา 3 ปี จนนำไปสู่การทำแผนพัฒนาอาชีพ ให้กับครอบครัว และเกิดผลในการปฏิบัติจริง

โยทัย เทพทุ่งหลวง นักศึกษาดีเด่น ศรป.สุราษฏร์ธานี

โพสต์6 พ.ค. 2561 20:21โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

ปัจจุบัน ร้อยตรีโยทัย เทพทุ่งหลวง ได้ปลดเกษียณอายุราชการ และได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน (มหาลัยชีวิต) ซึ่งสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนมีความประสงค์ให้นักศึกษาได้ทำโครงงานพัฒนาอาชีพของตนเอง จึงได้ประจวบเหมาะกับที่ข้าพเจ้าเองมีความต้องการและความใฝ่ฝันว่าจะต้องทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่บริเวณรอบๆ บ้านของตนเองเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวของตนเอง หลังเกษียณอายุรับราชการ ซึ่งบริเวณบ้านของข้าพเจ้ามีพื้นที่ว่างใกล้กับแหล่งน้ำของชลประทาน เหมาะแก่การทำเกษตรผสมผสานในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง และการทำเกษตรผสมผสานนั้นยังสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อพืชผัก มาประกอบอาหารของครอบครัวได้อีกด้วย

หลังจากข้าพเจ้าปลดเกษียณอายุราชการแล้ว ทำให้ครอบครัวของตนเองมีรายได้ลดลง เพราะจากเดิมที่มีรายได้หลักจากการรับเงินเดือนของราชการเดือนละ 20,000 30,000 บาท ปัจจุบันก็ไม่ถึงเหลือประมาณ 10,000 กว่าบาท แต่ครอบครัวของข้าพเจ้าต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวเท่าเดิม ซึ่งก็ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัว ในเรื่องของการใช้จ่ายในประจำวันที่ต้องประหยัด ใช้จ่ายอะไรก็ต้องระมัดระวัง สิ่งใดไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อ เมื่อก่อนที่รับราชการทหารสามารถมีเงินออมใว้ใช้จ่ายในตอนที่มีอายุสูงขึ้น แต่ปัจจุบันไม่สามรถนำเงินมาออมได้เพราะมีรายได้ที่ลดลง แต่หลังจากทำโครงงานเกษตรผสมผสานแล้วทำให้ชีวิตครอบครัวของข้าพเจ้ากลับมาดีขึ้นเช่นเดิม ทำให้มีพืชผักไว้รับประทานเป็นการลดรายจ่าย และขายเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

ผลงานที่ภาคภูมิใจ
สามารถเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตรับราชการ และมีครอบครัวที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุข มีบุตร 2 คนที่มีอาชีพสุจริตมั่นคง สามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ คือ ตัวเองมีความสำเร็จทางด้านการศึกษาในรั้วมหาลัย ม.ชีวิต และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับคนในครอบครัวและชุมชนได้อย่างดี โดยข้าพเจ้ามีหลักในการดำเนินชีวิตที่สำคัญคือ ประกอบอาชีพสุจริต ความตั้งใจที่แน่แน่ว การบริหารจัดการเวลาที่เหมาะสมรวมถึงการรู้จักวางแผนทางด้านการเงินและสุขภาพร่างกาย


รจนีย์ แต้มงาม นักศึกษาดีเด่น ศรป.ศรีสะเกษ

โพสต์6 พ.ค. 2561 20:08โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 6 พ.ค. 2561 20:11 ]


ข้าพเจ้าได้ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน (มหาลัยชีวิต) โดยลูกๆ ทุกคนเห็นด้วย และให้การสนับสนุน เพราะลูกๆ ทุกคนเรียนจบกันหมดแล้ว และมีหน้าที่การงานทุกคนพอเลี้ยงตัวเองได้ ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เรียน และได้นำองค์ความรู้จากสถาบันแห่งนี้ไปปรับเปลี่ยนในชีวิตประจำวัน ก็คือ การปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน โดยการปลูกตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชผสมผสานโดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในการเพาะปลูกเพื่อรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว แบ่งปันเพื่อนบ้าน และส่วนที่เหลือก็สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ทำให้มีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง ส่วนเวลาที่เหลือจากการดูแลผักและผลไม้ในสวน ข้าพเจ้าก็ช่วยเหลืองานต่างๆ ในชุมชนตามกำลังและเวลาที่มีตามความสามารถของข้าพเจ้า

ผลงานดีเด่น

-    ปี 2520        ได้เข้าอบรมหมออาสาหมู่บ้าน เป็นประธานระดับอำเภอ จังหวัด และระดับภาค 16 จังหวัด ที่จังหวัดสกลนคร

-    ปี 2523        ได้รับเกียรติบัติ ปรับเป็น อ.ส.ม. ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

-    ปี 2535        เป็นประธานกลุ่มแม่บ้านระดับอำเภอ

-    ปี 2538        เป็นประธานแม่บ้านมหาดไทยอำเภอขุนหาญ

-    ปี 2540        ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยจันทร์

-    ปี 2544        ได้รับคัดเลือกเป็นประธานกองทุนเงินล้านตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

-    ปี 2546        ได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ตัวอย่างจากโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์

-    ปี 2548        ได้รับคัดเลือกให้เป็นแพทย์ประจำตำบล

-    ปี 2550        ได้รับคัดเลือกให้เป็น อ.ส.ม. ดีเด่น สาขาการจัดการสุขภาพระดับอำเภอ

-    ปี 2551        ได้รับคัดเลือกให้เป็น อ.ส.ม. ดีเด่น สาขาการจัดการสุขภาพระดับอำเภอ

-    ปี 2552        ได้รับคัดเลือกให้เป็นแพทย์ประจำตำบลดีเด่นระดับอำเภอ

-    ปี 2553        ได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ตัวอย่างจากโรงเรียนบ้านหนองผือ

-    ปี 2553        ได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ตัวอย่างจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยจันทร์

-    ปี 2560        ได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ผู้มีอุปการะจากโรงเรียนบ้านหนองผือ



มนู แสงคำ นักศึกษาดีเด่น ศรป.สมุทรสงคราม

โพสต์6 พ.ค. 2561 20:00โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต 6 พ.ค. 2561 20:10 ]


นายมนู  แสงคำ บัณฑิตสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนสมุทรสงคราม รุ่น 1/2557 รหัสประจำตัวนักศึกษา 3750100564630 นายมนู  แสงคำ ปัจจุบันอายุ 53 ปี อาชีพหลักคือการทำสวนเกษตรผสมผสาน และมีตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น คือ เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ในรุ่น 1/2557 ด้วยความตั้งใจจะมีใบปริญญาบัตรวุฒิปริญญาตรีให้ตนเองและครอบครัวเกิดความภาคภูมิใจและได้ความรู้ในการไปปฏิบัติหน้าที่ทางสังคมที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ เพราะมีคนรู้จักที่เรียนจบจากสถาบันฯ ศรป.สมุทรสงครามแล้วไปชักชวนให้มาเรียน

เมื่อมาเรียนในภาคเรียนแรก ยังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำของรุ่น แต่ทุกวิชาที่เรียนในภาคเรียนแรกทำให้นายมนู เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองหลายอย่าง จากที่เป็นคนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่จะเป็นการขัดแย้งกับผู้อื่น ไม่กล้านำเสนอหน้าห้อง ก็เปลี่ยนไปเป็นคนกล้าจะเป็นผู้นำได้ ประกอบกับเป็นคนมีน้ำใจอัธยาศัยดี ในภาคเรียนต่อมาเพื่อนๆ จึงลงมติให้เป็นหัวหน้าของรุ่น เชื่อมประสานเพื่อนๆ ทำกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ อย่างเข้มแข็งด้วยความรับผิดชอบ จนจบการศึกษา

ในด้านการเรียนนั้น เนื่องจากเงื่อนไขการเรียนของสถาบัน นักศึกษาทุกคนต้องมีการทำโครงงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำแผนการเงิน แผนสุขภาพ แผนการจัดการเวลาและแผนพัฒนาอาชีพ คุณมนู แรกๆ ก็ไม่รู้จะทำโครงงานอะไรดี เมื่อปรึกษากับแม่บ้านและเห็นว่าที่สถาบันเน้นการเกษตรแบบปลอดสารเคมี จึงตัดสินใจที่จะบุกเบิกสวนที่ปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี ในเนื้อที่ 2 ไร่ ทำการเกษตรแบบผสมผสาน เริ่มต้นด้วยการวางผังปลูกพืชและการเลี้ยงปลาในร่องสวน ได้ทดลองการบำรุงดินหลายๆ วิธี เช่นการใช้ขี้แดดนาเกลือ การขุดหลุมตากแดดทิ้งไว้แล้วค่อยนำพืชมาปลูก แล้วเริ่มสนใจปลูกมะขามเทศ เพราะสวนแถวหมู่บ้านปลูกกันหลายเจ้า แต่ทุกเจ้าจะใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี แต่คุณมนู ได้เรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ นำมาประยุกต์ทำปุ๋ยหมักน้ำชีวภาพใช้เอง ในขณะที่ปลูกมะขามเทศยังไม่ให้ผลผลิต พื้นที่ว่างเปล่าปลูกฟักทองและเริ่มปลูกมะพร้าว ผลปรากฎว่าฟักทองออกลูกดกมาก สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ส่วนมะขามเทศก็ให้ผลผลิตดี จนแทบไม่พอขาย แต่ก็ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ
ไม่ขึ้นราคาเมื่อมีคนต้องการมากขึ้น และทำเท่าที่กำลังของตนและครอบครัวสามารถทำได้ แต่ปรับพื้นที่ 2 ไร่ นั้นให้มีผลผลิตหลากหลายตลอดทั้งปี จนมีรายได้ที่มากกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ผลการดำเนินงานเป็นที่สนใจมีคนมาศึกษาดูงานมากขึ้น คุณมนู จึงตั้งใจจะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรผสมผสานต่อไป และคุณมนู ยังมีบทบาททางการเมืองที่ต้องทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีเป็นที่พอใจของคนในตำบล


ในด้านการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้สมุทรสงคราม พานักศึกษาลงพื้นที่ปฏิบัติการที่ตำบลคลองโคน ในการทำแผนแม่บทชุมชน พบทุนทรัพยากรหลายอย่างของตำบลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะต้นชะคราม ที่ชาวบ้านต้องการนำมาเพิ่มรายได้ นักศึกษาจึงคิดนวัตกรรมอาหารจากชะคราม นักศึกษาเลือกทำอาหารหลากหลายชนิด สำหรับคุณมนู ได้คิดทำขนมจากชะคราม ปรากฎว่าอร่อยมีคนสนใจ สามารถนำเสนอในงานต่างๆ ได้จนศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนสมุทรสงคราม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศการสร้างนวัตกรรมจากชะคราม จากมหาวิทยาลัยราชมลคลกรุงเทพ ในปี 2560


ในปัจจุบัน คุณมนู  แสงคำ นอกจากจะทำหน้าที่สมาชิก อบต. ที่มีความรับผิดชอบสูงแล้วยังทำงานในเรื่องสวนเกษตรจนเป็นที่เรียนรู้ในกระบวนการผลิตเกษตรผสมผสานการบำรุงดิน การดูแลการเติยโต การมีอาชีพเสริมทำขนมจากขาย และยังได้รับเลือกให้เป็นประธานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาสร้างปัญญา ของศูนย์การเรียนรู้เพื่อปวงชนสมุทรสงครามด้วย

การเปลี่ยนแปลงตนเองตั้งแต่วันแรกที่เรียนจนจบการศึกษาและถึงปัจจุบันนั้น เห็นได้ชัดเจนเพราะคุณมนู เป็นบุคคลที่รักในการพัฒนาตนเอง นำความรู้ไปใช้ได้อย่างเต็มที่และเป็นที่รัก ที่ยอมรับและศรัทธาของทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนๆ และอาจารย์ทุกคน

ผลงานดีเด่น

-   ได้รับคัดเลือกให้เป็น สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม

-   ได้รับคัดเลือกให้เป็น หัวหน้าของรุ่น 57 ศรป. สมุทรสงคราม

-   ได้รับคัดเลือกให้เป็น ประธานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาสร้างปัญญา ศรป. สมุทรสงคราม



พงษ์เพชร ธุระวงศ์ นักศึกษาดีเด่น ศรป.เชียงใหม่

โพสต์6 พ.ค. 2561 19:51โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์

แนวคิดปรัชญา ของ ม.ชีวิต และโครงงานที่นำมาใช้ในครอบครัวและชุมชน

              แนวคิดปรัชญาที่ได้เรียนรู้จาก ม.ชีวิต และนำมาปรับใช้ได้จริงคือเรื่องคืนสู่รากเหง้า Back to the root หลังจากที่ได้เข้ามาเรียนใน ม.ชีวิต ทำให้ได้ตระหนักถึงความเป็นตัวตนของตนเองเห็นคุณค่าของวิถีชีวิตของบรรพบุรุษที่ได้ใช้ภูมิปัญญาในการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและยั่งยืนได้ สอนให้สมาชิกครอบครัวได้รู้จักพึ่งพาสิ่งที่เรามีอยู่ สอนให้ลูกๆ ได้ภูมิใจในรากเหง้าความเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยง และได้ดำเนินชีวิตแบบวิถีดั่งเดิมโดยการปลูกข้าวนาบนพื้นที่สูงสามารถมีข้าวกินตลอดทั้งปี และมีการเลี้ยงสัตว์พื้นบ้าน เช่น ไก่ หมู เพื่อเป็นแหล่งอาหารในครัวเรือนของตนเองโดยไม่ต้องซื้อให้เสียเงิน และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนตามคำพูดที่ได้ยินจากสถาบันบ่อยๆ ที่ว่า “อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีกินในท้องถิ่นตน “วันนี้ได้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของข้าพเจ้าแล้ว และการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายพอเพียงอนุรักษ์วิถีดังเดิม
ของชนเผ่ากะเหรี่ยงทำให้ครอบครัวได้สร้างความตระหนัก และเป็นแบบอย่างให้หลายครอบครัวในชุมชนได้เรียนรู้รากเหง้าของตนเอง และดำเนินชีวิตตามภูมิปัญญาของบรรพบุรุษโดยเพื่อนบ้านในชุมชนได้มีการหันมาเลี้ยงสัตว์ปลูกข้าวเพื่อบริโภคเกือบทุกครัวเรือน  มีหลายครัวเรือนมีความตระหนักว่า “ข้าวคือชีวิต”ได้เริ่มให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์เพื่อขยายพันธุ์ข้าวปลูกกินเองโดยได้นำความรู้จากวิชาโครงงานการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์บือปะโละบนนาพื้นที่สูงมาปรับปรุงใช้ในพื้นที่นาของตนเองทำให้ผลผลิตข้าวนาได้เพิ่มขึ้นทำให้ทุกครัวเรือนมีข้าวเปลือกเพิ่มขึ้นเพียงพอกับการบริโภคของสมาชิกครอบครัว
ตลอดทั้งปี


ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อเข้ามาเรียนในมหาลัยชีวิต

              ช่วงที่๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ ในปีการศึกษานี้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาโดยการปรับแนวความคิดเชิงบวกได้เรียนรู้การจัดการตนเองมีแผนพัฒนาสุขภาพตนเองแผนพัฒนาการเงินแผนพัฒนาอาชีพและการศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองตามแผนที่วางไว้แต่ละด้านทำให้เป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตนเองมากขึ้นในภาคเรียนนี้ได้มีการปรับแนวคิดตนเองในการพึ่งพาสิ่งที่ตนเองตนเองมีอยู่มากขึ้นดดยได้มีการวางแผนพัฒนาพื้นที่แปลงนาข้าวพื้นที่สูงเป็นแปลงโครงงานเพื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมืองพันธุ์บือโปะโละตามแบบภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภคแต่ละปี

              ช่วงที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ในปีการศึกษานี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเรียนรู้การทำเกษตรแบบผสมผสานแนวเรียนรู้แนวทางการพัฒนาพื้นที่แปลงเกษตรเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่องได้กลับไปพัฒนาพื้นที่ตนเองให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อรักษาความสมดุลย์ของธรรมชาติรอบๆบริเวณแปลงเกษตรและได้พัฒนาบริเวณพื้นที่โครงงานให้เกิดความสมดุลย์ได้มีการคัดเลือกพันธุ์ข้าวบือโปะโละเพื่อปลูกขยายพันธุ์และเพิ่มผลผลิตในปีต่อไป

            ช่วงที่ ๓ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ได้เรียนรู้ทั้งภาควิชาการและภาคปฎิบัติโดยการศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวของตนเองและคนในชุมชนพร้อมทั้งพัฒนางานประจำที่ทำอยู่โดยนำความรู้ด้านการปรับเปลี่ยนแนวคิดการ คืนสู่รากเหง้าเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนไปแบ่งปันหนุนใจกับผู้นำคริสตจักรในพื้นที่ชนบทห่างไกลเพื่อให้คนในชุมชนได้ค้นหาอดีตที่มาของตนเองอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านตามวิถีการดำเนินชีวิตของตนเองเพื่อพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนกล่าวโดยสรุปคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้รับจากการเข้ามาศึกษาในมหาลัยชีวิตคือการปรับเปลี่ยนแนวคิดทัศนคติในเชิงบวกเพื่อ คืนสู่รากเหง้าของตนเองโดยพึ่งพาการใช้ฐานทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในชุมชนของตนเองแทนการพัฒนาโดยการพึ่งพาใช้ฐานทรัพยากรจากภายนอกชุมชน

1-10 of 18