แนะนำหนังสือ


ของขวัญแห่งมิตรภาพ ราชอาณาจักรไทย และสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2361 - 2561

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ: ราชอาณาจักรไทยและสหรัฐอเมริกาพ.ศ. ๒๓๖๑-๒๕๖๑ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ ๒๐๐ ปีแห่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เมื่อครั้งที่พระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค) มีหนังสือไปยังประธานาธิบดีเจมส์ มอนโรซึ่งเป็นการติดต่อกันทางจดหมายเป็นครั้งแรกระหว่างสองประเทศ

            นับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของความสัมพันธ์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใช้คำว่า “Great and Good Friend” ขึ้นต้นจดหมายที่เขียนกราบบังคมทูลพระกรุณาพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยาม คำขึ้นต้นอย่างเป็นทางการนี้ชวนให้หวนนึกถึงสมัยที่การติดต่อกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกายังจำกัดอยู่เพียงการส่งราชทูตและหนังสือเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศเจริญงอกงามไปมากเพียงใดตลอดระยะเวลา ๒๐๐ ปี

            เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบเหตุการณ์นี้และความสัมพันธ์พิเศษระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา นิทรรศการนี้จึงได้รวบรวมวัตถุจำนวนมากที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อนจากสถาบันชั้นนำในสหรัฐอเมริกาตลอดจนของขวัญพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่จัดเก็บที่สถาบันสมิธโซเนียน พระราชสาส์นที่จัดเก็บที่องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติจดหมายของพระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค) และของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถให้แก่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่นำมาจากหอสมุดประธานาธิบดีหลายแห่งทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาเพื่อนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพมหานคร สถาบันในประเทศไทยหลายแห่ง เช่น กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนครสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติหอสมุดแห่งชาติและสถาบันพระปกเกล้าก็ได้มีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการนี้ด้วย

บรรณานุกรม

เทรเวอร์ เมอร์เรียน, วิลเลียม แบรดฟอร์ด สมิธ, ระพีพัฒน์ วันชะนะ, พันธกานต์ สุรียะนาภาส, แปล. (2561). ของขวัญแห่งมิตรภาพ ราชอาณาจักรไทย และสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2361 - 2561. กรุงเทพฯ : อินเตอร์เนชั่นแนลคัลเจอรัลโปรโมชั่น จำกัด.

ของขวัญแห่งมิตรภาพ ราชอาณาจักรไทย และสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2361 - 2561

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            "Great and Good Friends" นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ ไทย-สหรัฐอเมริกา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ ๒๐๐ ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา และราชอาณาจักรไทย ที่ยืนยาวและแน่นแฟ้น ระหว่างประชาชนของประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย

            นับตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของความสัมพันธ์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใช้คำว่า “Great and Good Friend” ขึ้นต้นจดหมายที่เขียนกราบบังคมทูลพระกรุณาพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสยาม คำขึ้นต้นอย่างเป็นทางการนี้ชวนให้หวนนึกถึงสมัยที่การติดต่อกันระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกายังจำกัดอยู่เพียงการส่งราชทูตและหนังสือเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศเจริญงอกงามไปมากเพียงใดตลอดระยะเวลา ๒๐๐ ปี

            รัฐบาลสหรัฐฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากสานักพระราชวัง และกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดนิทรรศการที่จะจัดแสดง ของขวัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลายท่าน ซึ่งของขวัญเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่เคยนำมาจัดแสดงต่อสาธารณชนมาก่อนและมีจำนวนไม่น้อยที่นำมาแสดงในประเทศไทยเป็นคร้ังแรก

            โดยนิทรรศการจัดระหว่างวันที่ ๒๑ มีนาคม - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งจะการเดินทางไปทั่วประเทศฯ เพื่อนำเสนอนิทรรศการเคลื่อนที่ในรูปแบบเสมือนจริง โดยได้ร่วมกับกูลเกิ้ลที่จะจัดทำวิดีโอขึ้นมาเหมือนกับการเข้าชมงานเสมือนจริง โรดโชว์ไปยังทั่วทุกภาคของประเทศไทย

บรรณานุกรม

เทรเวอร์ เมอร์เรียน, วิลเลียม แบรดฟอร์ด สมิธ, ระพีพัฒน์ วันชะนะ, พันธกานต์ สุรียะนาภาส, แปล. (2561). ของขวัญแห่งมิตรภาพ ราชอาณาจักรไทย และสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2361 - 2561. กรุงเทพฯ : อินเตอร์เนชั่นแนลคัลเจอรัลโปรโมชั่น จำกัด.

การพัฒนาการเมืองที่ยั่งยืน Political Development for Sustainability

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของผู้เขียนที่ทุ่มเทอย่างอุตสาหะในช่วงการปฏิรูปประเทศเพื่อแผ้วถางไปสู่ประชาธิปไตย ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจเส้นทางประวัติศาสตร์ที่มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องในประเทศประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมัน ซึ่งใช้เวลายาวนานหลายร้อยปีกว่าจะสร้างประชาธิปไตยในแต่ละบริบทของประเทศตนเอง ผู้เขียนได้แสดงข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน และได้พิจารณากรณีของประเทศไทยที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนานของตนเช่นกัน แต่จะพัฒนาอย่างไรให้อยู่ในแนวทางประชาธิปไตย เพื่อนำพาสังคมสู่การมีเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม นั่นคือโจทย์ของสังคมไทย ซึ่งผู้เขียนได้ศึกษาและวิเคราะห์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อจะตอบปัญหาต่างๆ และได้นำเสนอแนวทางออกไว้อย่างลุ่มลึก เพื่อให้เกิดการพัฒนาการเมืองที่ต่อเนื่อง ซึ่งหมายความถึงยั่งยืนที่อยู่บนฐานของบริบทประเทศไทย

บรรณานุกรม

วิชัย ตันศิริ. (2560). การพัฒนาการเมืองที่ยั่งยืน Political Development for Sustainability. กรุงเทพฯ : สถาบันนโยบายศึกษา ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมนโยบายศึกษา.

พลังแผ่นดิน

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์   [ อัปเดต ]


เนื้อหาโดยสังเขป

            การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดทำหนังสือ พลังแผ่นดิน เล่มนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยความจงรักภักดีเป็นล้นพ้น ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้สนองงานในด้านต่าง ๆ ตามแนวพระราชดำริที่พระราชทาน ก่อเกิดประโยชน์เป็นอเนกประการและเป็นขุมพลังงานอันสำคัญของประเทศ ช่วยให้พสกนิกรชาวไทยอยู่ดีกินดีและพัฒนาชาติไทยให้รุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดรัชสมัยตราบจนทุกวันนี้

บรรณานุกรม

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. (2560). พลังแผ่นดิน. นนทบุรี : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.).

พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            รัฐบาลในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จัดพิมพ์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอุดลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560

บรรณานุกรม

คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช. (2561). พระเมรุมาศสมัยรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากร

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 62 พรรษา วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560 หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงจัดพิมพ์หนังสือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกับพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากร ขึ้น หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สบายบรมราชกุมารีที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 – พ.ศ. 2559 เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณตลอดจนพระราชจริยวัตรอันงดงามหาที่เปรียบมิได้แห่งพระองค์ นับเป็นหนังสือที่สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบข้อมูลจากกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเติมเต็มการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดเล่มหนึ่ง

บรรณานุกรม

สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร. (2561). สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากร. นนทบุรี : หจก.ภาพพิมพ์.

กฏแห่งความช้า

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            หนังสือฉบับเล็กว่าด้วย “กฏแห่งความช้า” โดย ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช นักวิชาการรัฐศาสตร์ผู้มีบทบาทในการเสนอข้อคิดและแนวทางการปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูประบบการศึกษา และการปฏิรูปการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปรากฏในผลงานทางวิชาการทั้งที่เป็นหนังสือ บทความ บทสัมภาษณ์ต่างๆ และหนังสือที่กำลังปรากฏอยู่ในมือผู้อ่านขณะนี้ ก็เป็นอีกวาระหนึ่งที่ผู้เขียนเสนอข้อคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยมีเงื่อนเวลาที่กระชั้นเพียง 1 ปีนั้นว่าบางเรื่องอาจจำเป็นต้องเร่งแต่หลายเรื่องก็ต้องใช้เวลา เพื่อสร้างดุลยภาพในกระบวนการประชาธิปไตยสำหรับการเมืองประเทศไทย ทั้งนี้ก็เพื่อไม่ฝ่าฝืนกฏธรรมชาติของมนุษย์นั่นเอง

บรรณานุกรม

ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2557). กฏแห่งความช้า. กรุงเทพฯ : สถาบันนโยบายศึกษา ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมนโยบายศึกษา.

วังจันทร์รวมรัก ปลูกผักแบ่งปัน

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            นับตั้งแต่ชาวชุมชนตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผักเพื่อเพาะปลูกจนถึงวันนี้ เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นได้บ่มเพาะ หยั่งราก เติบโต ผลิดอก ออกผล และขยายพันธุ์ต่อไปที่สำคัญคือความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนที่มีส่วนร่วมในโครงการวังจันทร์รวมรัก ปลูกผักแบ่งปัน ก็เจริญงอกงามไปพร้อมๆ กัน และผลิบานขยายผลจนกลายเป็นความสุขทั่วชุมชน

            หนังสือ วังจันทร์รวมรัก ปลูกผักแบ่งปัน เล่มนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะบอกเล่าถึงการทำงาน เหตุการณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ที่ครัวเรือนนำร่องแห่งตำบลป่ายุบในและศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ได้ผ่านพบร่วมกัน พร้อมด้วยข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผักในเรื่องการปลูกการดูแลและการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร รวมถึงแผนการทำงานต่อไป

            ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยความซาบซึ่งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ มุ่งหวังว่าเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้จะเป็นแรงบันดาลใจในการพึ่งตนเองด้านอาหารที่สามารถส่งต่อไปยังทุกคนเช่นเดียวกับเมล็ดพันธุ์ที่นำไปเพาะปลูกต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ

บรรณานุกรม

สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. (2561). วังจันทร์รวมรัก ปลูกผักแบ่งปัน. กรุงเทพฯ : ปตท.

ประชาธิปไตยนอกห้องเรียน : เรียนให้เพลิน-LEARN ด้วยโครงงาน

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            สถาบันนโยบายศึกษาได้ทำโครงการ “ประชาธิปไตยนอกห้องเรียน” เพื่อสร้างความเป็นประชาธิปไตยในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยโครงงานที่นักเรียนเป็นผู้ดำเนินการภายใต้การแนะนำดูแลโดยครู โครงการมีจุดมุ่งหมายที่จะปลูกฝังวิถีประชาธิปไตยโดยผ่านกระบวนการทำงานร่วมกันด้วยความเต็มใจ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหาเอาชนะอุปสรรค เรียนรู้และเข้าใจในวิถีประชาธิปไตยไปด้วยกัน เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตจริงได้ต่อไปในอนาคต

            เมื่อนักเรียนทำโครงงานจบแล้ว ทุกโครงงานจะเลือกตัวแทนมานำเสนอผลงานและเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยในอีกระดับ คือประชาธิปไตยในองค์กร เพื่อต่อยอดให้เกิดความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง

            โดยหนังสือเล่มนี้ สถาบันนโยบายศึกษาขอแบ่งปันประสบการณ์และข้อคิด ข้อเสนอแนะมายังผู้อ่านทุกท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของการสร้างพลเมืองวิถีประชาธิปไตย โดยหวังว่าจะทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาสังคมต่อไปในภายภาคหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างความเป็นพลเมืองที่จะปลูกฝังวิถีประชาธิปไตยที่มีจุดเริ่มต้นจากสถานศึกษา และขยายต่อไปในทุกๆ ภาคส่วนของสังคม

บรรณานุกรม

ยศวดี บุณยเกียรติ. (2555). ประชาธิปไตยนอกห้องเรียน : เรียนให้เพลิน-LEARN ด้วยโครงงาน. [ม.ป.ท.]: พี.เพรส จำกัด.

41 ท่าศิลปการนวดตนเองเพื่อสุขภาพ

โพสต์โดยอมรพรรณ บัญฑิตย์


เนื้อหาโดยสังเขป

            ศาสตร์และศิลป์ของการนวดไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คนไทยใช้การนวดสร้างความสุข นวดแล้วสบาย คลายปวดเมื่อย มีการถ่ายทอดกันในครัวเรือน มิตรสหาย และครูสู่ศิษย์ การนวดไทยมีผลทั้งการบำบัดโรคและสร้างความผูกพันทางใจระหว่างลูกหลานพ่อแม่ปู่ย่าตายาย การสนับสนุนให้คนไทยเรียนรู้ฝึกการนวดตนเองหรือผู้ใกล้ชิดเพื่อคลายปวดเมื่อย ย่อมส่งผลให้ลดการใช้ยาแก้ปวดเกินความจำเป็น ลดพิษภัยจากการใช้ยา และลดการซื้อยาจากต่างประเทศ
            มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา และคณะ ได้ร่วมกันจัดสัมมนาฟื้นฟูการนวดไทยเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2528 “ด้วยเชื่อมั่นพลังแห่งการพึ่งตนเองของการนวดไทยและการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไท ศาสตร์และศิลป์แห่งสยามประเทศ เราจึงสานต่อวิชาของบรรพชน เพื่อเกื้อกูลผู้คนพ้นโรคภัย” โดยผลิต “คู่มือการนวดไทย” เล่มแรกขึ้นในปีนั้น เพื่อฟื้นฟูบูรณะศิลปวิชาการและวัฒนธรรมไทย ต่อมาทำการฟื้นฟูศึกษาพัฒนาวิจัยการนวดไทยอย่างต่อเนื่องและเริ่มผลิต “41 ท่า ศิลปการนวดตนเอง” เพื่อสุขภาพปี 2539 โดยประยุกต์ความรู้จากการนวดไทย ฤาษีดัดตน และท่าที่เหมาะสมในการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้สนใจมีโอกาสเรียนรู้การนวดตนเองที่ถูกวิธี สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้มากขึ้น ควบคู่กับการบริหาร กาย ใจ และสิ่งแวดล้อม

บรรณานุกรม

บุญทำ กิจนิยม, สมโภชน์ ศิริวัฒน์, ประทิน ทรัพย์บุญมี, สมบุญ โตสมบุญ, อุบล ฮวดหงษ์ทอง, คณิต เขมะพันธุ์มนัส, และคณะ. (2548). 41 ่ท่าศิลปการนวดตนเองเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพ : มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา.

1-10 of 52