ข่าวประชาสัมพันธ์

ขอเชิญบำบัดโรคด้วยผึ้ง ๒๓-๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

โพสต์7 พ.ย. 2560 04:57โดยAlee Muhammat   [ อัปเดต 7 พ.ย. 2560 05:59 ]


ด้วยสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ได้ประสานกับอาจารย์ประเสริฐ นพคุณขจร  (ผู้เชี่ยวชาญด้านผึ้งบำบัด) เพื่อเชิญมาทำการบำบัดโรคหรืออาการเจ็บป่วย ด้วยวิธีใช้พิษผึ้งบำบัด ในกิจกรรมการให้บริการแก่สังคมของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ซึ่งเป็นการให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

โรคหรืออาการเจ็บป่วยที่บำบัด ได้แก่ เจ็บข้อ เจ็บเข่า ไมเกรน รูมาตอยน์ เก๊า นิ้วล็อค ภูมิแพ้ นอนกรน ริดสีดวงทวาร โดยมีเงื่อนไขว่า 

๑. ท้องไม่ว่างตอนมารักษา

๒. ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคไต หรือไข้หวัด 

๓. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

๔. พักผ่อนเพียงพอ 

๕. กรณีสตรีต้องไม่อยู่ระหว่างมีรอบเดือนหรือตั้งครรภ์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการบำบัดจะได้รับการทดสอบก่อนว่าแพ้ผึ้งหรือไม่ ถ้าแพ้ก็บำบัดด้วยพิษผึ้งไม่ได้


กำหนดให้บริการในระหว่างวันพฤหัสบดีที่  ๒๓  พ.ย.  ๖๐  เวลา  ๑๓.๐๐ - ๑๙.๐๐ น. และวันศุกร์ที่  ๒๔  พ.ย. ๖๐  เวลา  ๐๙.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. ณ อาคารเรียนหลัง ๑ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน


หากท่านมีความประสงค์ขอเข้ารับการบำบัดโรคด้วยพิษผึ้ง สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นายวิเชียร วชิรเสรีชัย โทร ๐๘๔-๐๙๐-๕๗๙๙

หรือโทร ๐๓๔-๗๕๗-๔๕๒-๙ ต่อ ๑๐๓ ได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.

ขอเชิญบำบัดโรคด้วยผึ้ง 2-3 ต.ค. 60

โพสต์17 ก.ย. 2560 00:42โดยAlee Muhammat


ด้วยสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ได้ประสานกับอาจารย์ประเสริฐ นพคุณขจร  (ผู้เชี่ยวชาญด้านผึ้งบำบัด) เพื่อเชิญมาทำการบำบัดโรคหรืออาการเจ็บป่วย ด้วยวิธีใช้พิษผึ้งบำบัด ในกิจกรรมการให้บริการแก่สังคมของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ซึ่งเป็นการให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ


โรคหรืออาการเจ็บป่วยที่บำบัด ได้แก่ เจ็บข้อ เจ็บเข่า ไมเกรน รูมาตอยน์ เก๊า นิ้วล็อค ภูมิแพ้ นอนกรน ริดสีดวงทวาร โดยมีเงื่อนไขว่า 

๑. ท้องไม่ว่างตอนมารักษา

๒. ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคไต หรือไข้หวัด 

๓. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

๔. พักผ่อนเพียงพอ 

๕. กรณีสตรีต้องไม่อยู่ระหว่างมีรอบเดือนหรือตั้งครรภ์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการบำบัดจะได้รับการทดสอบก่อนว่าแพ้ผึ้งหรือไม่ ถ้าแพ้ก็บำบัดด้วยพิษผึ้งไม่ได้


กำหนดให้บริการในระหว่างวันจันทร์ที่ ๒ ต.ค. ๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น. และวันอังคารที่ ๓ ต.ค. ๖๐ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๓๐ น. ณ อาคารเรียนหลัง ๑ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน


หากท่านมีความประสงค์ขอเข้ารับการบำบัดโรคด้วยพิษผึ้ง สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นายวิเชียร วชิรเสรีชัย โทร ๐๘๔-๐๙๐-๕๗๙๙

หรือโทร ๐๓๔-๗๕๗-๔๕๒-๙ ต่อ ๑๐๓ ได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.


มาตรฐานเกษตรเพื่อชีวิต สำหรับพืชอาหาร

โพสต์29 ส.ค. 2560 19:56โดยadmin lifeacth   [ อัปเดต 29 ส.ค. 2560 22:12 ]

มาตรฐานเกษตรเพื่อชีวิต สำหรับพืชอาหารที่รับผิดชอบต่อผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคม

มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)อนุญาตให้ใช้สารเคมีฆ่าหญ้า สารพิษกำจัดแมลงและโรคพืชแล้วเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งยากแก่การปฏิบัติ อีกทั้งการใช้สารพิษเหล่านั้นยังไม่ปลอดภัยต่อผู้ปลูกที่มักไม่ได้ป้องกันตนเองอย่างรัดกุม มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ก็มีข้อจำกัดมากมายสำหรับผู้เริ่มต้น เช่นมีข้อกำหนดให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่มีส่วนผสมของกากอุตสาหกรรม ซึ่งก็คือต้องหมักปุ๋ยใช้เอง เพราะปุ๋ยอินทรีย์ที่จำหน่ายในท้องตลาด ล้วนมีส่วนผสมของกากอุตสาหกรรมจากโรงงานอ้อยหรือโรงงานผงชูรส มูลสัตว์ที่ใช้ผสมก็มาจากการเลี้ยงแบบฟาร์มที่มียาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ จนอาจกล่าวได้ว่าหาพืชอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆได้ยากมาก ค่าขอตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ก็แพง  ด้วยเหตุนี้สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจึงได้จัดทำ “มาตรฐานเกษตรเพื่อชีวิตสำหรับพืชอาหาร” โดยมาตรฐานนี้ห้ามการใช้สารเคมีฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงและโรคพืชโดยเด็ดขาด แต่ให้ใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างมีเงื่อนไข โดยเน้นที่การบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ มาตรฐานนี้จึงอยู่กลางๆระหว่างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และ GAP ซึ่งใช้ในการผลิตพืชอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิต ผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ยากแก่การปฏิบัติ

 <<คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยายให้ใหญ่ขึ้น

ข้อกำหนดการปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรเพื่อชีวิตสำหรับพืชอาหาร ดังนี้

ดิน 
๑) มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นตลอดเวลา และแสวงหาความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดินให้มีคุณภาพ โดยมีไส้เดือนดินเป็นตัวชี้วัด
๒) ไม่ปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิกส์

น้ำ
๑) ไม่ใช้น้ำที่ปนเปื้อนโลหะหนัก และแสวงหาความรู้เรื่องการบำบัดน้ำ
๒) ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัดที่สุด

การปลูกและดูแลรักษา 
๑) ทุ่มเทด้วยใจ สร้างสรรค์อย่างประณีต ใช้วัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ใช้ความรู้ แรงงาน และทรัพยากรในครัวเรือนและในชุมชน หลีกเลี่ยงการกู้หนี้ยืมสินมาทำการผลิต 
๒) ใช้พันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ไม่ใช้พันธุ์พืชที่ตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) และเป็นพันธุ์ที่เหมาะสมกับท้องถิ่น 
๓) เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดที่มีฟิลเลอร์เป็นอนินทรีย์สารซึ่งทำให้ดินแข็ง
๔) ไม่ใช้สารเคมีสำหรับกำจัดหนอน แมลง วัชพืช และโรคพืช มุ่งแสวงหาความรู้ในการใช้วิธีกลและสารชีวภัณฑ์แทน
๕) ใช้การปลูกพืชหมุนเวียนในการควบคุมโรคพืชและแมลง

การเก็บเกี่ยว
๑) เก็บเกี่ยวพืชในช่วงเวลาตามอายุของพืชและวิธีการที่เหมาะสม (ให้พืชเจริญเติบโตตามธรรมชาติโดยไม่เร่ง) 
๒)ใช้ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา และการขนส่งที่เหมาะสม 
๓) ในกรณีที่จำเป็นต้องบ่มผลผลิต ให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการบ่มสุก 
๔) ไม่ใช้วิธีเผาตอซังหลังเก็บเกี่ยว

การตลาด
๑) เน้นการปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน แต่สามารถจัดการผลผลิตส่วนเกินเพื่อขายในท้องถิ่นไปจนถึงรวมกลุ่มกันทำวิสาหกิจชุมชนจำหน่าย ไม่มุ่งเน้นเพื่อการส่งออก 
๒) มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพึ่งพาอาศัยกันในชุมชนและเครือข่าย โดยไม่มุ่งหวังเอากำไรแต่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว

เปรียบเทียบข้อกำหนดที่สำคัญบางข้อของมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)  มาตรฐานเกษตรอินทรีย์และมาตรฐานเกษตรเพื่อชีวิตสำหรับพืชอาหาร

สิ่งที่ใช้

ในการปลูก

ประเภทมาตรฐาน

 GAP

เกษตรอินทรีย์

เกษตรเพื่อชีวิต

 เมล็ดตัดต่อพันธุกรรม(GMO)

ปุ๋ยเคมี

 (ประกอบปุ๋ยอินทรีย์)

ยาฆ่าหญ้า/วัชพืช

ยาฆ่าแมลง/สัตว์ศัตรูพืช

เคมีกำจัดโรคพืช

ไคโตซาน(เร่งราก)

 (ที่ผลิตจากอินทรีย์สาร เช่น กะปิ)

อินทรีย์สารจากกากอุตสาหกรรมอาหาร

ระยะเวลารับรอง

๒ ปี

๒ ปี

๒ ปี


ขอเชิญบำบัดโรคด้วยผึ้ง 24-25 ส.ค. 60

โพสต์22 ส.ค. 2560 03:52โดยAlee Muhammat   [ อัปเดต 22 ส.ค. 2560 08:31 ]


โดย  อ.ประเสริฐ นพคุณขจร

กำหนดให้บริการระหว่าง วันพฤหัสบดีที่  24  ส.ค.  60  เวลา  10.00 - 19.00 น. 
และ วันศุกร์ที่  25  ส.ค.  60  เวลา  09.00 - 15.30 น. 
ณ  อาคารเรียนหลัง  ๑  สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

สามารถแจ้งความประสงค์เข้ารับการบำบัดฯ ได้ที่ นายวิเชียร วชิรเสรีชัย โทรศัพท์ 084-090-5799

 

1-4 of 4